ดาวน์โหลดแอป

คู่มือการเลือก “ประกันสุขภาพ” ให้ลูกน้อยฉบับสมบูรณ์

มะลิ x พาร์ทเนอร์

คู่มือการเลือก “ประกันสุขภาพ” ให้ลูกน้อยฉบับสมบูรณ์

ถึงแม้เด็ก ๆ ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีปัญหาสุขภาพร้ายแรงในช่วงสองสามขวบปีแรก แต่ก็มีเด็กจำนวนมากที่ต้องไปพบคุณหมอบ่อย ๆ จนทำให้บริษัทประกันส่วนใหญ่ไม่มีแผนประกันสุขภาพสำหรับเด็กเนื่องจากขายแล้วไม่ได้กำไร

และนี่คือเหตุผลที่เราร่วมมือกับ Rabbit Finance เพื่อค้นหาบริษัทประกันเพียงไม่กี่แห่งที่มีประกันสุขภาพสำหรับเด็ก และแนะนำแผนประกันที่อาจเหมาะกับ ลูก ให้แก่คุณ

ข้อดีของการทำประกันให้ ลูก

พ่อแม่มือใหม่มักพบกับค่าใช้จ่ายและใบแจ้งหนี้ที่ไม่ได้คาดคิดมากมาย ค่าใช้จ่ายอย่างหนึ่งที่แพงมาก ๆ ก็คือค่ารักษาพยาบาลเมื่อลูกเจ็บป่วย เด็ก ๆ มักมีประสาทสัมผัสไวและรับรู้ความเจ็บปวดได้มากกว่าผู้ใหญ่ ดังนั้นเมื่อลูกป่วย การบรรเทาความเจ็บป่วยที่เร็วที่สุด คือการพาลูกน้อยไปหาหมอ การทำประกันสุขภาพจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวลในเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนนี้ ทำให้สามารถเลี้ยงดู ลูก โดยปราศจาคความเครียด ซึ่งจะเป็นผลดีกับลูก 

ควรเริ่มทำประกันให้ลูกเมื่อไรดี?

หากคุณแม่ตัดสินใจที่จะทำประกันให้ ลูก ยิ่งเริ่มเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี เนื่องจากเด็กแรกเกิดที่คลอดออกมาสมบูรณ์แข็งแรงจะยังไม่มีประวัติการรักษาอาการเจ็บป่วยใด ๆ ซึ่งเป็นผลดีกับการทำประกัน

จะเริ่มทำประกันให้ลูกน้อยตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์ได้ไหม?

ตามกฎหมายของประเทศไทย การทำประกันให้ลูกจะเริ่มได้เมื่อมีใบแจ้งเกิด ซึ่งใบแจ้งเกิดนี้จะได้รับเมื่อ ลูก อายุ 15 วันเป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม คุณแม่อาจลองปรึกษาบริษัทประกันเกี่ยวกับแผนประกันต่าง ๆ ตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ และจ่ายเงินซื้อประกันเมื่อ ลูก อายุ 15 วันก็ได้ การวางแผนไว้ก่อนจะช่วยประหยัดเวลา และทำให้คุณแม่ไม่ต้องเสียเวลามาอ่านเงื่อนไขต่าง ๆ ในช่วงเวลาหลังคลอด ซึ่งเป็นช่วงที่ยุ่งและเครียดที่สุดในการดูแลลูกน้อย

ปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนเลือกซื้อประกันสุขภาพสำหรับเด็ก

ระยะเวลาของกรมธรรม์ : โดยปกติแล้วประกันสุขภาพจะมีสองประเภทคือ แบบจ่ายทิ้งและแบบคุ้มครองชีวิต กรมธรรม์แบบจ่ายทิ้งมักมีราคาต่ำกว่ามาก และมักทำได้ง่ายกว่า แต่จะประกันให้ ลูก ในระยะเวลาที่กำหนดจนกว่าจะหมดอายุกรมธรรม์เท่านั้น ส่วนประกันแบบคุ้มครองชีวิตจะครอบคลุมตลอดชีวิตของ ลูก ตราบใดที่ชำระเบี้ยตรงเวลาตลอดระยะเวลาที่กำหนดไว้ ประกันแบบคุ้มครองชีวิตนี้มักจะมีผลตอบแทนเป็นเงินในระยะยาวด้วย แต่ก็มักมีราคาสูงกว่าแบบแรกมาก 

ประเภทของกรมธรรม์ : บริษัทประกันบางแห่งระบุว่าต้องทำประกันให้ทั้งผู้ปกครองและเด็กพร้อมกัน แต่บางแห่งก็จะครอบคลุมแค่ตัวเด็กเท่านั้น หากคุณแม่และคู่รักยังไม่มีประกันภัย ประกันแบบแรกอาจเหมาะสมกับครอบครัวมากกว่า 

ทำความเข้าใจแผนประกันสุขภาพของลูก

แผนประกันเป็นเรื่องที่เข้าใจยากสุด ๆ! เอกสารกรมธรรม์มักจะเต็มไปด้วยเงื่อนไขและคำศัพท์อ่านยากเต็มไปหมด ซึ่งทำให้คุณแม่ไม่สามารถใช้สิทธิประโยชน์ที่ประกันคุ้มครองได้อย่างเต็มที่ เมื่อถึงเวลาที่ลูกป่วยขึ้นมาจริง ๆ คุณแม่คงไม่อยากใช้เวลาตอนนั้นมานั่งเปิดกรมธรรม์เล่มหนาเพื่อไล่หาว่าลูกน้อยได้รับสิทธิรักษาพยาบาลอะไรบ้าง นั่นเป็นเหตุผลที่ Rabbit Finance มีกรมธรรม์ประกันที่เข้าใจง่าย 2 กรมธรรม์มานำเสนอ ซึ่งถ้าคุณแม่สนใจก็สามารถซื้อออนไลน์ได้เลย

 

ประกันภัยสุขภาพ Happy Healthy จากกรุงเทพประกันภัย

ประกันสุขภาพที่เข้าใจง่ายแผนนี้มุ่งเน้นที่ผู้ป่วยใน และแบ่งออกเป็น 5 แผนเพื่อตอบโจทย์งบประมาณและความต้องการที่แตกต่างกัน ราคาเริ่มต้นที่วันละ 10 บาท ผู้ประกันจะได้รับความคุ้มครองค่าห้องสูงสุด 5,000 บาทต่อวัน ค่าห้องผู้ป่วยหนักสูงสุด 10,000 บาทต่อวัน ค่าห้องฉุกเฉินสูงสุด 10,000 บาทต่อวัน ค่าผ่าตัดสูงสุดครั้งละ 100,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลกรณีผู้ป่วยในสูงสุด 50,000 บาท ค่าดูแลโดยแพทย์สูงสุดวันละ 2,500 บาท และอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ คุณแม่ยังสามารถซื้อแผนประกันที่ครอบคลุมผลประโยชน์ผู้ป่วยนอกเพิ่มเติม เพื่อลูกน้อยจะได้รับค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยนอกอีกวันละ 2,500 บาท สูงสุดเป็นเวลา 30 วันต่อปี อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ประกันสุขภาพแผนเดียวอาจไม่ตรงตามความต้องการท้ังหมด แผนประกันนี้จึงมีบริการเสริมให้คุณแม่สามารถเลือกซื้อแยกได้อีกด้วย แผนประกัน Happy Healthy นี้สามารถซื้อได้เมื่อ ลูก มีอายุ 15 วัน พิเศษ! สำหรับคุณแม่ที่ใช้แอพ Mali เท่านั้น คุณแม่สามารถ คลิกที่ปุ่มด้านล่างเพื่อดูข้อมูลและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ (เจ้าหน้าที่จะไม่กดดันให้รีบตัดสินใจ)

แผนประกันอุ่นใจรักษ์ จากวิริยะประกันภัย

แผนประกันนี้ให้ลูกน้อยเข้ารักษาที่โรงพยาบาลในเครือ BDMS (โรงพยาบาล BNH, โรงพยาบาลกรุงเทพฯ โรงพยาบาลสมิติเวช และอื่น ๆ) ได้ โดยไม่ต้องสำรองจ่ายก่อนแม้แต่บาทเดียว มีตัวเลือกให้เลือกแบบเหมาจ่ายค่ารักษาพยาบาล ประกันอุบัติเหตุ และค่าดูแลโดยแพทย์ โดยเหมาจ่ายมูลค่าสูงสุดถึง 5 ล้านบาท ราคาเริ่มต้นเพียง 31,152 บาทต่อปี สำหรับเด็กอายุ 15 วันถึง 5 ปี และผู้ประกันจะได้รับสิทธิประโยชน์จากทางโรงพยาบาล โปรโมชั่นพิเศษ และอื่น ๆ อีกมากมาย ทาง Rabbit Finance มีบริการให้คำปรึกษาสำหรับลูกค้าคนพิเศษอย่างตรงไปตรงมา เพียงคลิกที่

แผนอื่นๆ 

นอกจากแผนชั่วคราวสองแผนด้านบนนี้ ทาง Rabbit Finance ยังให้บริการประกันแบบคุ้มครองชีวิตอื่น ๆ อีก เช่น ประกัน Thailife Smilekids

ประกัน Thailife Smilekids จากไทยประกันชีวิต: แผนประกันนี้มาพร้อมแผนออมเงินและประกันสุขภาพ โดยคุ้มครอง 5 โรคที่พบบ่อยในเด็ก รวมถึงค่ารักษาพยาบาลสำหรับอุบัติเหตุเพิ่มเติมให้อีกด้วย โดยครอบคลุมค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลสำหรับอุบัติเหตุสูงสุดถึง 100,000 บาทต่อปี เบี้ยประกันเริ่มต้นที่ 30,000 บาทต่อปี แผนนี้มาพร้อมผลตอบแทนระยะยาว แต่ยังมีข้อจำกัดสำหรับเด็กเล็ก

นอกจากนี้ ยังมีแผนประกันอื่น ๆ จากกรุงไทยแอกซ่า และเอไอเอ ที่ได้ออกแบบบริการสำหรับเด็ก คุณแม่สามารถพบประกันนี้ได้ในชื่อประกัน Healthy Child จากกรุงไทย แอกซ่า และประกัน AIA H&S Extra โดยจากข้อมูลล่าสุดที่เราเช็คมา แผนประกันเหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนประกันชีวิต และยังไม่สามารถซื้อได้ผ่านช่องทางออนไลน์

หากคุณแม่ต้องการซื้อประกันผ่านช่องทางออนไลน์ สามารถติดต่อ Rabbit Finance โดยการคลิกปุ่มด้านล่าง พิเศษ! รับโปรโมชั่นผ่อน 0% 10 เดือนได้อีกด้วย

ยังตัดสินใจไม่ได้? ไม่เป็นไร เราได้ถามความเห็นจากผู้ปกครองท่านอื่นเพื่อแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับสุขภาพของลูกน้อย

คิน และวิเวียน มีคุณวัฒนา พ่อแม่ของน้องนอร่า (อายุ 9 เดือน)

สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ หากน้องนอร่ามีไข้ต่ำ ๆ จะพาไปโรงพยาบาลไหม? 

พาไปแน่นอน พวกเราไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเพราะอะไรถึงจะพาไปเพราะยังไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องนี้ แต่ก็คิดว่าเมื่อลูกป่วยครั้งแรกมันคงจะน่ากลัว เคยมีครั้งหนึ่งน้องนอร่าคัดจมูกครั้งแรกและพวกเราก็ค่อนข้างตกใจและตอบสนองเกินกว่าเหตุ หากน้องคัดจมูกเกิน 1 คืนพวกเราคงจะพาไปหาคุณหมอแน่ ๆ  เพราะเป็นลูกคนแรกด้วยพวกเราเลยไม่แน่ใจ และเป็นกังวลว่าอาการคัดจมูกของลูกจะเป็นตัวบ่งบอกว่าเป็นโรคอื่น ๆ มากกว่าอาการไข้หวัดทั่วไปหรือเปล่า

ดาวน์โหลดแอปMali Daily Pregnancy Tracker

แม่มือใหม่ & การตั้งครรภ์

เรตติ้ง 4.8 จากผู้ใช้กว่า 2,000 คน

เรตติ้ง 4.8 จากผู้ใช้งานกว่า 2,000 คน