ไอโอดีนคืออะไร และทำไมจึงเป็นแร่ธาตุที่จำเป็น

เด็กๆ ที่รับประทานอาหารไทยเป็นหลักส่วนใหญ่ อาจมีความเสี่ยงต่อการได้รับไอโอดีนไม่เพียงพอ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการเจริญเติบโตและอาจทำให้ระดับไอคิวต่ำลง เด็กๆ ที่เลือกกินหรือกินยาก และเด็กที่มีข้อจำกัดในการรับประทานอาหารก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน

ความเป็นมา
ในทศวรรษที่ผ่านมา การขาดสารไอโอดีนในเด็กถูกมองว่าเป็นประเด็นปัญหาในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย เนื่องจากอาหารของภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีธาตุไอโอดีนอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งมีผลทำให้ระดับไอคิวของเด็กๆ บางพื้นที่มีระดับต่ำลงตามไปด้วย

ทำไมธาตุไอโอดีนจึงมีความสำคัญ?
ร่างกายต้องการไอโอดีนเพื่อผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ที่ช่วยควบคุมการเจริญเติบโต การเผาผลาญอาหาร อัตราการเต้นของหัวใจ และการทำงานที่สำคัญอื่นๆ ของระบบร่างกาย การขาดไอโอดีนอาจเป็นอุปสรรคต่อการผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ และอาจทำให้เกิดภาวะขาดไทรอยด์ ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาเช่นการเพิ่มน้ำหนักตัว ผิวแห้ง ผมร่วง เหนื่อยง่าย ทนต่อความหนาวเย็นไม่ได้ และมีภาวะซึมเศร้า การขาดสารไอโอดีนยังส่งผลต่อการเจริญเติบโตซึ่งมีผลทำให้ร่างกายแคระแกร็น มีความบกพร่องทางสติปัญญา หรือมีระดับสติปัญญาต่ำจากการวัด IQ อีกด้วย

ใครบ้างที่มีความเสี่ยงต่อการขาดไอโอดีน
เด็กๆ ในช่วง 3 ขวบปีแรกจะมีความเสี่ยงมากที่สุด เนื่องจากเป็นช่วงที่ร่างกายมีการพัฒนาที่สำคัญและเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว เด็กๆ ที่รับประทานอาหารไทย อาหารมังสวิรัติ หรือมีข้อจำกัดในการรับประทานอาหารด้วยเหตุผลทางการแพทย์ (เช่น มีภาวะออทิสติก) อาจไม่ได้รับไอโอดีนอย่างเพียงพอ ผู้ที่เลือกรับประทาน เช่น ทานเฉพาะอาหารสำเร็จรูปสำหรับทารก ข้าว หรือกล้วย ก็อาจมีภาวะขาดไอโดดีนได้เช่นกัน ในขณะที่ทารกแรกเกิดจะได้รับการตรวจระดับไอโอดีนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสุขภาพทั่วไปของทารกแรกเกิด แต่จะไม่มีการตรวจในเด็กวัยหัดเดินและคนหนุ่มสาว จึงไม่สามารถทราบได้ว่าเด็กๆ เหล่านั้นมีภาวะขาดไอโอดีนหรือไม่

ทำไมน้ำปลาจึงไม่ใช่แหล่งไอโอดีนที่ดี
แม้ว่าน้ำปลาจะมีไอโอดีนอยู่บ้าง แต่เด็กๆ จะต้องรับประทานในปริมาณมากเกินกว่าที่จะมีผลดีต่อสุขภาพ เพื่อให้ได้รับปริมาณไอโอดีนตามที่แนะนำต่อวัน ไอโอดีนจะอยู่ในผลิตภัณฑ์นม ผลิตภัณฑ์ขนมปัง และอาหารแปรรูปส่วนใหญ่ นอกจากนี้ยังสามารถใช้เกลือเสริมไอโอดีนเพื่อปรุงรสในอาหารได้ด้วย

วิธีทำให้เด็กๆ ได้รับไอโอดีนอย่างเพียงพอ
ถ้าคุณแม่คิดว่า #ลูก มีความเสี่ยงต่อภาวะการขาดไอโอดีน ให้ลองปรึกษากับกุมารแพทย์ โดยทั่วไปแล้วการที่คุณแม่เติมเกลือเสริมไอโอดีนครึ่งช้อนชาลงในอาหารเพียง 1 มื้อต่อวันก็เพียงพอแล้ว นอกจากนี้ยังมีแหล่งที่มาที่สำคัญของไอโอดีน ได้แก่ สาหร่ายทะเล ปลาคอด ผลิตภัณฑ์จากนม กุ้ง ปลาทูน่า และไข่ อีกด้วย

    ที่มา:

    ดาวน์โหลด Mali แม่มือใหม่ & การตั้งครรภ์


    เรทติ้ง 4.8 จากผู้ใช้กว่า 500 คน