เลือกโรงเรียนอนุบาลให้ #ลูก ควรพิจารณาจากอะไรบ้าง

ในฐานะคุณแม่มือใหม่ วันหนึ่งคุณแม่จะต้องถามตัวเองว่าการศึกษาแนวไหนที่เหมาะสมกับ #ลูก

ต่อไปนี้เป็นปัจจัยบางประการที่คุณแม่อาจต้องพิจารณาในการเลือกโรงเรียน

สถานที่ตั้ง
หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดสำหรับการเลือกศูนย์รับเลี้ยงเด็กหรือโรงเรียนอนุบาลให้กับ #ลูก ก็คือที่ตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน 10 ขวบปีแรก การเดินทางโดยรถโรงเรียน หรือไปโรงเรียนเองอาจเป็นเรื่องยากสำหรับ #ลูก เพื่อหาโรงเรียนที่ดีในละแวกบ้าน คุณแม่อาจลองพูดคุยสอบถามกับเพื่อน หรือคุณแม่ท่านอื่นๆ ที่รู้จักกันจากคลาสคุณแม่มือใหม่ หรืออาจใช้ Google Maps เพียงแค่พิมพ์ “โรงเรียนอนุบาล” หรือ “ศูนย์รับเลี้ยงเด็ก” แล้วค่อยลองไปเยี่ยมชมโรงเรียนนั้นด้วยตนเอง

ขนาดของโรงเรียน
การประเมินขนาดของโรงเรียน สิ่งที่สำคัญไม่ใช่จำนวนรวมของเด็กทั้งหมดในโรงเรียน แต่เป็นอัตราส่วนจำนวนของครูต่อเด็กนักเรียน เด็กเล็กต้องได้รับความสนใจเป็นพิเศษ และมักเกิดความเครียดเมื่ออยู่ภาวะแออัดเกินไป หรือเสียงดังเกินไป เชื้อโรคและโรคระบาดยังสามารถแพร่กระจายตัวได้เร็วขึ้นในกลุ่มใหญ่ อัตราส่วนที่เหมาะสำหรับครูต่อเด็กอายุต่ำกว่าสามขวบคือ 1: 3 สำหรับเด็กวัย 3 – 5 ขวบ คือครูหนึ่งคนไม่ควรดูแลเด็กมากกว่า 10 คน

หลักสูตร
ขึ้นอยู่กับสถานที่ตั้งและงบประมาณของคุณแม่ #ลูก อาจสามารถเข้าเยี่ยมชมโรงเรียนรูปแบบต่างๆ ได้ โดยมี 3 ตัวเลือกใหญ่ๆ ดังนี้:

  1. ศูนย์รับเลี้ยงเด็กในละแวกบ้าน
    ถือเป็นตัวเลือกที่พบเห็นได้ทั่วไปสำหรับคุณพ่อคุณแม่หลายๆ คน โรงเรียนส่วนใหญ่จะสอนภาษาไทยและใช้ระบบการเรียนของไทย ซึ่งหมายถึงมีการแบ่งชั้นเรียนตามวัย และชั้นเรียน จะมุ่งเน้นเรื่องการเรียนการสอน เช่น การอ่าน การคำนวณ แทนการเล่นและฝึกทักษะความคิดสร้างสรรค์ หากคุณแม่มีตัวเลือกหลายที่ใกล้ๆ บ้าน ให้มองหาโรงเรียนที่มีบรรยากาศที่อบอุ่นและสะอาด โรงเรียนที่ดีจะยินดีต้อนรับให้คุณแม่สามารถไปเยี่ยมชมและอยู่ในห้องเรียนลูกได้ใน 3-5 วันแรก ซึ่งจะทำให้ #ลูก ได้มีโอกาสทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและคนใหม่ๆ โดยไม่ต้องประสบกับความฝืนใจใดๆ
  2. โรงเรียนนานาชาติ
    ศูนย์รับเลี้ยงเด็กนานาชาติ โรงเรียนอนุบาลนานาชาติ และโรงเรียนนานาชาติส่วนใหญ่เป็นไปตามระบบของอังกฤษหรือที่รู้จักกันในชื่อว่า The Early Years Foundation Stage (EYFS) บางโรงเรียนใช้ระบบ International Primary Curriculum (IPC) บางโรงเรียนมีอาจารย์ชาวไทยที่จบการศึกษาจากต่างประเทศ บางโรงเรียนจะจ้างชาวต่างชาติที่สามารถสอนหนังสือได้ ราคาก็จะแตกต่างกันไป บางโรงเรียนคิดค่าเทอม 200,000 บาทในขณะที่อีกหลายโรงเรียนคิดค่าเทอม 800,000 บาทต่อปี ระบบการศึกษาจะตรงกันข้ามกับโรงเรียนอนุบาลของไทย ส่วนใหญ่จะผสมผสานเด็กหลายวัยในแต่ละห้องเรียน ข้อเสียเปรียบคือเด็กๆ อาจได้รับความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง เช่น คนที่ฉลาดที่สุดในห้องเรียนคือครูสอนภาษาต่างประเทศที่เป็นฝรั่งผิวขาว แต่ข้อดีของโรงเรียนนานาชาติคือ ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเด็กๆ ในการเรียนรู้ภาษาที่สองคือ 5 ขวบปีแรกของชีวิต สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเลือกโรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพฯ สามารถดูได้ที่ bkkkids.com
  3. โรงเรียนทางเลือก
    พ่อแม่ ผู้ปกครองทั่วโลก ต้องการทางเลือกทางการศึกษาที่ทันสมัยสำหรับลูกๆ มากขึ้น และ 3 แนวทางที่นิยม ได้แก่ Waldorf, Montessori และ Reggio Emilia แต่ก็ยังมีตัวเลือกอื่นๆ ในประเทศไทย เช่นโรงเรียนวิถีพุทธ โรงเรียนทางเลือกส่วนมากไม่เชื่อถือในระบบการให้คะแนนกับเด็กเล็ก หรือแบ่งแยกเด็กๆ ตามอายุ แต่จะมุ่งเน้นไปที่เด็กแต่ละคน และเชื่อว่าเด็กๆ แต่ละคนนั้นมีความคิดแตกต่างกัน ตามแนวคิดที่เรียกว่า “เด็กเป็นศูนย์กลาง” มีวิชาส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ โครงงาน และการเล่นเพื่อการเรียนรู้ตามที่เด็กๆ ต้องการ โรงเรียนทางเลือกส่วนใหญ่เชื่อว่าเด็กๆ ควรได้รับการส่งเสริมให้ทำตามความสนใจของตนเอง เพื่อให้พวกเขาเรียนรู้ที่จะรักตัวเองในแบบที่ตัวเองเป็น เมื่อทำได้แล้วพวกเขาจะสามารถพัฒนาเอกลักษณ์ และความต้องการในการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้
    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงเรียนทางเลือก สามารถดูได้ที่
    การศึกษา วอลดอร์ฟ (Waldorf School)
    การศึกษาแบบมอนเตสซอรี (Montessori)

โรงเรียนที่มะลิแนะนำ :
และนี่คือโรงเรียนอนุบาล 3 แห่งที่มะลิแนะนำ

  1. โรงเรียนจิตตเมตต์ (www.jittamett.ac.th)
  2. โรงเรียนปัญญาเด่น (www.panyaden.ac.th)
  3. Sprouts Daycare (https://sprouts.co.th)

* Sprouts Daycare เป็นโรงเรียนที่บริษัท Sprouts Learning เป็นเจ้าของ ซึ่งเป็นบริษัทที่ก่อตั้งแอปพลิเคชัน Mali แม่มือใหม่ & การตั้งครรภ์

ที่มา:

ดาวน์โหลด Mali แม่มือใหม่ & การตั้งครรภ์


เรทติ้ง 4.8 จากผู้ใช้กว่า 500 คน