ดาวน์โหลดแอป

ทฤษฎีความผูกพัน : ผลกระทบของวัยเด็กต่อชีวิตของลูก

ทฤษฎีความผูกพัน : ผลกระทบของวัยเด็กต่อชีวิตของลูก

ทฤษฎีความผูกพันกล่าวไว้ว่าความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งระหว่างเด็กกับผู้ดูแล ไม่ว่าจะเป็นคุณแม่หรือคุณพ่อนั้นมีความสำคัญอย่างมากต่อพัฒนาการของเด็ก

หากเด็กมีความสัมพันธ์ที่มั่นคงและปลอดภัย เขาก็จะรู้สึกสบายใจในการออกไปเผชิญโลกกว้าง เพราะเขารู้ว่าเขาสามารถกลับมาหาพ่อหรือแม่ได้ทุกเมื่อ  หากความสัมพันธ์อ่อนแอ เด็กก็จะรู้สึกไม่ปลอดภัย ผลที่ตามมาคือเขาจะรู้สึกกลัวในการออกจากบ้านหรือออกไปผจญภัย เพราะเขาไม่แน่ใจว่าเขาสามารถกลับมาได้ 

ผลดีของความสัมพันธ์ที่มั่นคง
เด็กที่มีความสัมพันธ์มั่นคงจะมีความไว้ใจผู้อื่น สามารถสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ดี ทำให้เขามักประสบความสำเร็จในชีวิตมากกว่า เด็กที่มีความสัมพันธ์อ่อนแอมักจะไม่ไว้ใจคนอื่น ขาดมนุษยสัมพันธ์ และมีปัญหาในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น

ความผูกพันสี่ประเภท
ความผูกพันมีอยู่ 4 ประเภทดังนี้

  1. ความผูกพันแบบมั่นใจ
  2. ความผูกพันแบบวิตกกังวล/ลังเล
  3. ความผูกพันแบบวิตกกังวล/หลีกเลี่ยง
  4. ความผูกพันแบบไม่มีระเบียบ/ไร้ทิศทาง

เมื่อเกิดภาวะเครียด การตอบสนองของ 3 ข้อแรกจะเป็นไปอย่างมีแบบแผน ขณะที่ข้อสุดท้ายจะตอบสนองแบบคาดเดาไม่ได้

ความผูกพันเกิดขึ้นในช่วงแรกของชีวิต
ความผูกพันทางอารมณ์เกิดขึ้นในช่วงปีแรก ๆ ของชีวิต ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เด็กยังไม่สามารถสื่อสารความวิตกกังวลให้คนอื่นทราบได้ ทำให้อาจเกิดภาวะที่มีความเครียดสูง เมื่อมีความเครียดเกิดขึ้น ต่อมหมวกไตซึ่งอยู่บริเวณด้านบนของไตจะสร้างฮอร์โมนความเครียดชื่ออะดรีนาลีนและคอร์ติซอล  อัตราการเต้นของหัวใจจะสูงขึ้น ความดันในเลือดสูงขึ้น และเด็กจะมีความตื่นตัว หากภาวะเครียดเกิดขึ้นบ่อย ๆ ก็จะเกิดภาวะเครียดเป็นพิษ

ภาวะเครียดเป็นพิษจะส่งผลเสียต่อการพัฒนาสมองของเด็ก ทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอลง ในช่วงที่เป็นตัวอ่อนหรือในช่วงที่ยังแบเบาะ ภาวะเครียดเป็นพิษอาจถึงขั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม ซึ่งส่งผลถึงสุขภาพของเด็กไปหลายสิบปี

การทดลองสร้างสถานการณ์ที่แปลกไป
เราสามารถใช้การทดลองสร้างสถานการณ์เพื่อทดสอบว่าเด็กมีความผูกพันประเภทไหนในเด็กอายุหนึ่งขวบเป็นต้นไป การทดลองเริ่มจากให้เด็กเล่นกับคุณแม่ภายในห้อง จากนั้นให้ลองทิ้งเด็กไว้คนเดียว  สังเกตการตอบสนองของเด็กเมื่อแม่กลับมาหาเขา เด็กที่มีความผูกพันแบบมั่นคงมักจะกอดคุณแม่เป็นอย่างแรก จากนั้นเขาก็จะสงบลงและในที่สุดก็หันไปเล่นของเล่นต่อไป เด็กที่มีความผูกพันแบบไม่มั่นคงมักจะสับสนมาก อาจจะเมินเฉยกับคุณแม่หรือไม่สามารถหยุดร้องไห้ได้ และไม่สามารถกลับไปเล่นต่อได้

ผลในระยะยาว
มีงานวิจัยบันทึกไว้มากมายเกี่ยวกับผลของความผูกพันทางอารมณ์ในวัยเด็กในระยะยาว นักวิจัยในมินเนโซตาใช้ทฤษฎีนี้ในการทำนายว่าเด็กอายุ 3 ปีคนหนึ่งจะเรียนจบระดับมัธยมปลายหรือไม่ โดยคำนวณได้แม่นยำถึง 77% ในอีกการวิจัยหนึ่งนักศึกษามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้ทำการประเมินถึงความรู้สึกผูกพันของพวกเขาต่อพ่อแม่ และ 35 ปีต่อมา พวกเขาก็ได้รับการสอบถามเรื่องสุขภาพ 91% ของคนที่บอกว่าพวกเขามีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับแม่นั้นมีปัญหาทางสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูงและการเสพติดสุรา ส่วนกลุ่มคนที่บอกว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีนั้นพบว่ามีปัญหาสุขภาพเพียง 45%

อีกเหตุผลที่ทำให้วัยเด็กต้องการการดูแลเป็นพิเศษก็เพราะว่าเป็นช่วงวัยที่เด็ก ๆ เริ่มมีความสัมพันธ์และสร้างพฤติกรรมของเขา เด็กที่มีความรู้สึกมั่นคงจะสามารถสร้างเพื่อนใหม่ ๆ ที่โรงเรียนอนุบาล มุมมองต่อโลกของเขาก็จะถูกสร้างและพัฒนาไปตลอดในทุก ๆ การโต้ตอบและการพูดคุยกับเพื่อน ช่วยให้เขาพัฒนาการมองโลกในแง่ดี ผลที่ตามมาคือเขาจะมีความสัมพันธ์ที่ดีในโรงเรียน ในระดับมหาวิทยาลัยและในที่ทำงานในอนาคต ในขณะที่เด็ก ๆ ที่มีความสัมพันธ์อ่อนแอจะพลาดโอกาสตรงนี้ไป

เกี่ยวกับ John Bowlby
นักจิตวิทยา John Bowlby ผู้บุกเบิกเรื่องทฤษฎีความผูกพันกล่าวไว้ว่า “เมื่อเด็กไม่สามารถสื่อสารให้คุณแม่รับรู้ เขาก็จะไม่สามารถสื่อสารเรื่องนั้นกับตัวเองได้” อีกนัยหนึ่งก็คือ เด็กที่รู้สึกว่ามีความสัมพันธ์ไม่มั่นคงจะขาดความเข้าใจในตัวเองด้วย 

ดาวน์โหลดแอปMali Daily Pregnancy Tracker

แม่มือใหม่ & การตั้งครรภ์

เรตติ้ง 4.8 จากผู้ใช้กว่า 2,000 คน

เรตติ้ง 4.8 จากผู้ใช้งานกว่า 2,000 คน