ดาวน์โหลดแอป

แม่ต้องรู้! การดูแลสมองของเด็กผ่าคลอด สำคัญไม่แพ้ภูมิคุ้มกัน

แม่ต้องรู้! การดูแลสมองของเด็กผ่าคลอด สำคัญไม่แพ้ภูมิคุ้มกัน

คุณแม่หลายท่านอาจไม่ทราบว่าทารกผ่าคลอดนั้นมีความแตกต่างจากเด็กที่คลอดธรรมชาติ เพราะโดยปกติแล้วเด็กที่คลอดธรรมชาติจะได้รับจุลินทรีย์ที่ดีจากช่องคลอดของคุณแม่ที่มีส่วนช่วยส่งเสริมภูมิคุ้มกันของลูก ดังนั้นคุณแม่ที่ผ่าคลอดควรเสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยควบคู่กับการดูแลพัฒนาการทางสมอง เพื่อให้ลูกมีสุขภาพแข็งแรงและพัฒนาการที่สมวัยไปพร้อม ๆ กัน

ทั้งนี้ คุณแม่สามารถเตรียมความพร้อมของสมองและส่งเสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยได้ตั้งแต่แรกเกิดด้วยการให้ลูกน้อยดื่ม ‘นมแม่’ ให้มากที่สุด เพราะนมแม่เป็นโภชนาการแรกที่เด็กควรได้รับตั้งแต่แรกเกิด เพราะมีสารอาหารกว่า 200 ชนิดซึ่งมีส่วนช่วยในการพัฒนาสมองของลูก และช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ ยังช่วยเสริมร่างกายลูกให้แข็งแรง เจริญเติบโตสมวัย พร้อมช่วยเสริมให้ระบบย่อยและระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เด็กผ่าคลอดกับพัฒนาการสมอง

เด็กผ่าคลอดกับพัฒนาการสมอง

นอกจากการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของเด็กผ่าคลอดที่คุณแม่มักกังวลกันแล้ว เรื่องพัฒนาการทางสมองก็เป็นสิ่งที่คุณแม่ส่วนใหญ่ควรให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะมีหลักฐานจากการศึกษาพบว่าเด็กที่คลอดธรรมชาติมักมีการเชื่อมโยงของเซลล์ประสาทในสมอง (Brain connectivity) มากกว่าเด็กที่ผ่าคลอด อีกทั้งยังพบว่าเด็กที่คลอดธรรมชาติจะมีพัฒนาการด้านการเรียนรู้ที่เร็วกว่าเด็กผ่าคลอดเมื่อเข้าโรงเรียน

เด็กผ่าคลอดกับพัฒนาการสมอง ตามช่วยวัย

ดังนั้น คุณแม่ของเด็กผ่าคลอดควรเสริมสร้างพื้นที่สำคัญนี้ให้กับลูกน้อยตั้งแต่แรกเกิด เพราะในช่วงขวบปีแรกถือเป็นช่วงเวลาทองที่สมองของลูกน้อยพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากที่สุด ด้วยการให้ลูก กินนมแม่อย่างเดียว ตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 เดือน และควรกินต่อเนื่องไปจนลูกอายุ 2 ปี หรือนานกว่านั้น ควบคู่กับอาหารตามวัยที่เหมาะสม เนื่องจากนมแม่มีสารอาหารมากกว่า 200 ชนิด หนึ่งในนั้นคือไขมันที่มีชื่อว่า สฟิงโกไมอีลิน ที่มีหน้าที่ช่วยสร้างปลอกไมอีลินซึ่งมีผลต่อการทำงานของสมอง ทำให้สมองของลูกน้อยเกิดความสามารถในการเรียนรู้ได้เร็วมากขึ้น สามารถประมวลผลได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ลูกมีความรู้ความเข้าใจ มีพัฒนาการทางสมองที่ดี เรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ที่บ้านไปจนถึงที่โรงเรียน โดยในช่วงขวบปีแรกไมอีลินในสมองมีการสร้างอย่างรวดเร็ว จึงเป็นโอกาสทองที่คุณแม่ไม่ควรพลาดโอกาสในการสร้างสมองไวพร้อมเรียนรู้ให้กับลูกน้อย

เด็กผ่าคลอดกับพัฒนาการสมองและสฟิงโกไมอีลินในน้ำนมแม่

เสริมภูมิคุ้มกันทางร่างกายให้ลูกผ่าคลอด

นมแม่ที่ลูกกินทุกวันนั้นถือว่าเป็นโภชนาการที่ดีที่สุดสำหรับเจ้าตัวเล็ก โดยคุณแม่ควรให้นมลูกหลังจากคลอดให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เนื่องจากในน้ำนมแม่มีจุลินทรีย์หลายตัว เช่น จุลินทรีย์ บี แล็กทิส (B. lactis) ซึ่งเป็นจุลินทรีย์สุขภาพในกลุ่มบิฟิโดแบคทีเรียม (Bifidobacterium) และยังเป็นโพรไบโอติกส์ที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยได้

นอกจากนี้ ช่วงระยะน้ำนมเหลืองจะถูกสร้างขึ้นเพียงระยะ ไม่กี่วันหลังคลอดเท่านั้น และจะพบ 2’-FL หรือ  2’- ฟูโคซิลแลคโตส ซึ่งเป็นโอลิโกแซคคาไรด์ชนิดที่พบมากที่สุดในนมแม่  โดยมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันแรกเริ่มของลูกน้อยให้แข็งแรงและช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อของลำไส้ ช่วยให้ลูกมีสุขภาพแข็งแรงไม่ป่วยง่าย คุณแม่จึงควรเสริมภูมิคุ้มกันลูกด้วยนมแม่ตั้งแต่แรกเกิด เพราะเมื่อลูกมีภูมิคุ้มกันที่ดีตั้งแต่ต้น นั่นหมายความว่าลูกจะมีโอกาสในการพัฒนาสมองอย่างต่อเนื่อง ไม่มีสะดุด มีพัฒนาการที่ดี และพร้อมสำหรับการเรียนรู้ต่อไปในอนาคต

เด็กผ่าคลอดกับพัฒนาการเด็กสมองไว

เรียกได้ว่านมแม่เป็นสุดยอดอาหารที่จะช่วยให้เด็ก ๆ มีภูมิคุ้มกันตั้งตนและพัฒนาการของสมองที่ดี ดังนั้น การให้ลูกกินนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ทำให้เด็กผ่าคลอดเติบโตได้อย่างสมบูรณ์แข็งแรง และนอกจากการเสริมพัฒนาการของลูกน้อยแล้วการให้นมลูกยังช่วยสร้างความผูกพัน ระหว่างคุณแม่กับเจ้าตัวเล็กได้เป็นอย่างดี การสัมผัสผ่านอ้อมกอดสามารถเพิ่มความรักความอบอุ่น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะหล่อรวมให้ลูกน้อยเป็นคนอ่อนโยน รวมถึงช่วยกระตุ้นให้แม่สามารถผลิตฮอร์โมนออกซิโทซินเพื่อสร้างความสุขและช่วยให้แม่สามารถผลิตน้ำนมได้มากขึ้นด้วย

ในกรณีที่คุณแม่มีน้ำนมน้อยหรือไม่สามารถให้นมลูกได้ด้วยตนเองก็ไม่ต้องกังวลว่าจะพลาดโอกาสในการเสริมพัฒนาการที่สำคัญนี้ให้กับลูก คุณแม่สามารถปรึกษาคุณหมอเพื่อขอรับคำแนะนำที่เหมาะสม และสามารถกระตุ้นพัฒนาการลูกได้ผ่านการให้นมแม่ การสัมผัส และการใช้เวลากับลูกน้อยมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะการสร้างรากฐานที่ดีที่สุดให้กับลูก นอกจากจะมาจากการเสริมสร้างด้วยอาหารที่ดีที่สุดแล้ว ยังมาจากการใส่ใจของคุณพ่อคุณแม่ด้วย

ทั้งนี้ หากคุณแม่มีคำถามเกี่ยวกับเรื่องผ่าคลอด และพัฒนาการลูกเพิ่มเติม สามารถปรึกษาทีมพยาบาล S-Mom Club ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ดาวน์โหลดแอปMali Daily Pregnancy Tracker

แม่มือใหม่ & การตั้งครรภ์

เรตติ้ง 4.8 จากผู้ใช้งานกว่า 5,000+ คน

เรตติ้ง 4.8 จากผู้ใช้งานกว่า 5,000+ คน