กรดโฟลิกสำคัญแค่ไหน? เรื่องจริงที่คุณแม่ต้องรู้

กรดโฟลิกเป็นสารอาหารสำคัญที่จำเป็นต่อสุขภาพของทั้งคุณแม่และลูกน้อย แต่รู้หรือไม่ว่า การรับประทานกรดโฟลิกมากเกินไปอาจก่อให้เกิดปัญหาได้เช่นกัน
ดังนั้น คุณแม่มือใหม่ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับกรดโฟลิก เพื่อให้ปลอดภัยต่อทั้งตัวคุณแม่เองและเจ้าตัวเล็ก
กรดโฟลิกคืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?
กรดโฟลิกเป็นรูปแบบสังเคราะห์ของโฟเลต หรือวิตามินบี 9 โดยร่างกายคุณแม่ต้องการโฟเลตเพื่อสร้างเม็ดเลือดแดงที่แข็งแรง ซ่อมแซมดีเอ็นเอ และช่วยสร้างเซลล์ใหม่ โฟเลตจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทั้งคุรแม่และลูกน้อย เพราะช่วยป้องกันความพิการของท่อประสาท (Neural Tube Defects – NTDs) ซึ่งเป็นความผิดปกติรุนแรงของสมองและไขสันหลังของทารก

ปริมาณกรดโฟลิกที่แนะนำ
องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ทุกคนรับประทานกรดโฟลิกวันละ 400 ไมโครกรัม (mcg) อย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงใหม่ และกรดโฟลิกยังช่วยฟื้นฟูร่างกายจากการเสียเลือดระหว่างคลอดและป้องกันภาวะโลหิตจางสำหรับผู้หญิงหลังคลอดได้อีกด้วย
ผลเสียของการได้รับกรดโฟลิกมากเกินไป
แม้กรดโฟลิกจะมีความสำคัญต่อคุณแม่และลูกน้อย แต่การได้รับกรดโฟลิกมากเกินไปอาจก่อให้เกิดภาวะ “กรดโฟลิกไม่ถูกเผาผลาญ” (Unmetabolized Folic Acid) ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถเปลี่ยนกรดโฟลิกสังเคราะห์ให้เป็นรูปแบบที่ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้เกิดการสะสมในเลือด และก่อให้เกิดปัญหา เช่น
- ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ทำให้ติดเชื้อได้ง่ายขึ้น
- ส่งผลให้เกิดการบดบังอาการขาดวิตามินบี 12 ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสียหายของเส้นประสาทหากไม่ได้รับการรักษา
- กระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์ก่อมะเร็ง เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งบางชนิด
สำหรับทารกการได้รับกรดโฟลิกมากเกินไปอาจส่งผลดังนี้ :
- การพัฒนาสมอง ซึ่งอาจกระทบต่อการเรียนรู้และพฤติกรรมในอนาคต
- เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภูมิแพ้และโรคหอบหืดในวัยเด็ก
ทางเลือกที่ปลอดภัย
หากคุณแม่กังวลเรื่องกรดโฟลิกไม่ถูกเผาผลาญ คุณแม่สามารถเลือกใช้ “เมทิลโฟเลต” (Methylfolate) ซึ่งเป็นโฟเลตรูปแบบธรรมชาติที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการแปลงในร่างกายเหมือนกับกรดโฟลิก ทำให้เมทิลโฟเลตมีประสิทธิภาพและดูดซึมได้ง่ายกว่า ลดความเสี่ยงของการสะสมกรดโฟลิกในเลือด
โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีการกลายพันธุ์ของยีน MTHFR การใช้เมทิลโฟเลตถือว่าเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า เพราะร่างกายจะเผาผลาญกรดโฟลิกได้ยากกว่าคนทั่วไป การใช้เมทิลโฟเลตจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมโฟเลตได้เต็มที่และปลอดภัยกว่า
ยีน MTHFR คืออะไร?
ยีน MTHFR เป็นยีนที่มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนกรดโฟลิกให้เป็นเมทิลโฟเลต ซึ่งเป็นรูปแบบที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้โดยตรง การกลายพันธุ์ในยีนนี้จะทำให้การเปลี่ยนกรดโฟลิกเป็นเมทิลโฟเลตลดลง ส่งผลต่อกระบวนการสำคัญ เช่น การสร้าง DNA และการซ่อมแซมเซลล์

โดยการกลายพันธุ์ของยีน MTHFR พบได้ประมาณ 25% ของประชากรทั่วโลก ในประชากรเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การกลายพันธุ์แบบ 1298A>C พบมากถึง 42% นอกจากนี้ อาจยังมีการกลายพันธุ์รูปแบบอื่น ๆ ที่ยังไม่ได้รับการศึกษาครบถ้วน อาการที่อาจพบ ได้แก่ เหนื่อยง่าย อารมณ์แปรปรวน หรือมีประวัติการตั้งครรภ์ที่มีภาวะแทรกซ้อน
ทั้งนี้ คุณแม่สามารถตรวจเลือดหรือทำการทดสอบทางพันธุกรรมได้ หากพบว่ามีการกลายพันธุ์ อาจจำเป็นต้องใช้เมทิลโฟเลตแทนกรดโฟลิก เพื่อช่วยให้ร่างกายได้รับโฟเลตเพียงพอ
โฟเลตในธรรมชาติกับกรดโฟลิกในอาหารเสริม ต่างกันอย่างไร?
โฟเลตแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก:
- โฟเลตจากธรรมชาติ: พบในผักใบเขียว เช่น ผักโขม คะน้า ถั่ว เมล็ดพืช และผลไม้รสเปรี้ยว ร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้ได้ทันที
- กรดโฟลิกสังเคราะห์: พบในอาหารเสริม และอาหารที่มีการเสริมวิตามิน เช่น ซีเรียลหรือขนมปัง ร่างกายต้องผ่านกระบวนการเปลี่ยนก่อนจึงจะนำไปใช้ได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มียีน MTHFR กลายพันธุ์ การเปลี่ยนกรดโฟลิกจะทำได้ยาก จึงแนะนำให้เลือกใช้เมทิลโฟเลต ซึ่งร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่ายและปลอดภัยกว่า

ทั้งนี้ คุณแม่ควรเน้นการรับโฟเลตจากอาหารธรรมชาติเป็นหลัก และสามารถเสริมด้วยเมทิลโฟเลตได้ หากได้รับโฟเลตจากอาหารไม่เพียงพอ โดยหนึ่งในแบรนด์ที่เลือกใช้เมทิลโฟเลตเป็นส่วนผสม เพื่อช่วยดูแลและป้องกันคุณแม่จากปัญหาสารตกค้างสะสมในร่างกาย คือ Miraku+
Miraku+ ตัวช่วยเพิ่มน้ำนมอย่างปลอดภัยสำหรับคุณแม่
Miraku+ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพิ่มน้ำนมที่มีส่วนผสมของเมทิลโฟเลตเพื่อความปลอดภัยต่อคุณแม่และลูกน้อย โดยมีงานวิจัยที่เปรียบเทียบระดับกรดโฟลิกตกค้างในน้ำนมแม่ ระหว่างกลุ่มที่รับเมทิลโฟเลตกับกลุ่มที่รับกรดโฟลิกสังเคราะห์ พบว่ากลุ่มที่รับเมทิลโฟเลตมีกรดโฟลิกตกค้างในนมแม่เพียง 2% เท่านั้น ในขณะที่กลุ่มที่รับกรดโฟลิกสังเคราะห์มีปริมาณกรดโฟลิกตกค้างในนมแม่ถึง 28%
ดังนั้น Miraku+ จึงอาจเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับคุณแม่ที่มีปัญหาน้ำนมน้อย โดยเฉพาะคุณแม่ที่มียีน MTHFR กลายพันธุ์ ซึ่งทำให้ร่างกายแปรสภาพกรดโฟลิกได้ไม่สมบูรณ์ และอาจเสี่ยงต่อการสะสมของกรดโฟลิกในร่างกายได้ง่ายกว่าคนทั่วไป

แม้โฟเลตและกรดโฟลิกเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของทารก โดยเฉพาะการป้องกันความผิดปกติของสมองและไขสันหลัง แต่ในบางคน โดยเฉพาะผู้ที่มียีน MTHFR กลายพันธุ์ ร่างกายอาจไม่สามารถแปรสภาพกรดโฟลิกได้เต็มที่ จึงเสี่ยงต่อการเกิดสารตกค้างในร่างกายและน้ำนม ดังนั้น การเลือกใช้เมทิลโฟเลต ซึ่งเป็นโฟเลตรูปแบบที่ร่างกายดูดซึมได้ทันที จึงเป็นอีกทางเลือกที่ปลอดภัย ทั้งนี้ ก่อนรับประทานอาหารเสริมใด ๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยและเหมาะสมกับสุขภาพของแต่ละคน
สั่งซื้อ Miraku+ ตัวช่วยเพิ่มน้ำนมคุณแม่มือใหม่ ได้ที่นี่
ที่มา:
- Daily iron and folic acid supplementation during pregnancy, WHO
- MTHFR Gene Mutation, Healthline
- Folic Acid: Facts for Clinicians, CDC
- Folate (folic acid), Mayo Clinic
- Ethnogeographic prevalence and implications of the 677C>T and 1298A>C MTHFR polymorphisms in US primary care populations, National Library of Medicine
- Conception intake of folic acid among pregnant women who attend antenatal care clinic under the Universal Coverage Program, page 8, The Bureau of Reproductive Health, Department of Health, Ministry of Public Health, Thailand


