ดาวน์โหลดแอป

ท่านอนต่างๆ ของลูก: ผลดีและผลเสีย

ท่านอนต่างๆ ของลูก: ผลดีและผลเสีย

ท่านอนของลูกน้อยจะเป็นตัวบ่งบอกว่า ลูก ได้นอนอย่างสงบและปลอดภัยหรือไม่ ท่านอนของทารกจะมีด้วยกัน 3 ท่าคือท่านอนคว่ำ ท่านอนตะแคงและท่านอนหงาย ในช่วง 12 เดือนแรก เราแนะนำให้นอนท่าเดียวเท่านั้น 

ท่านอนคว่ำ
มีหลายเหตุผลที่ไม่สนับสนุนท่านอนคว่ำ ดังนี้

ช่วงก่อนปี ค.ศ. 1991 คำแนะนำส่วนใหญ่ที่พ่อแม่ได้รับคือให้ลูกนอนคว่ำ นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมผู้สูงอายุหลาย ๆ คนยังยืนยันว่าการนอนคว่ำเป็นท่าที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม งานวิจัยเพิ่มเติมได้แสดงให้เห็นว่า เด็กที่นอนคว่ำมีความเสี่ยงเป็นโรคไหลตายสูงขึ้นถึง 12 เท่า คำแนะนำใหม่ที่ให้เด็กนอนหงายนั้นช่วยลดปริมาณการเป็นโรคไหลตายได้มาก ปัจจุบันมีเพียงบางกรณีเท่านั้นที่คุณหมอจะแนะนำให้เด็กนอนคว่ำ เช่น หากเด็กทารกมีอาการป่วยบางประการ

ท่านอนตะแคง
ร่างกายของเด็กทารกนั้นแตกต่างจากผู้ใหญ่พอควร ดังนั้นการนอนตะแคงเป็นเวลานาน ๆ อาจทำให้มีผลกระทบต่อสุขภาพได้ อาการที่ตามมาอาจมีหลายอย่าง เช่น สีผิวเปลี่ยนไป อาการคอบิด หัวแบน และความเสี่ยงต่อการสำลัก นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่เด็กทารกที่นอนตะแคงจะพลิกตัวและเปลี่ยนเป็นท่านอนคว่ำ

ท่านอนหงาย
ท่านอนหงายถือเป็นท่าที่ดีที่สุดสำหรับเด็ก เพราะพบว่าช่วยลดความเสี่ยงการเป็นโรคไหลตาย เนื่องจากเป็นท่าที่ไม่ขัดขวางทางเดินหายใจ

หลังจากสถาบันกุมารเวชศาสตร์ ประเทศสหรัฐอเมริกาประกาศแนะนำให้เด็กทารกนอนหงายในปี ค.ศ. 1992  อัตราการเป็นโรคไหลตายในทารกก็ลดลงมากกว่า 50%  ต่อมาการแนะนำให้นอนหงายนี้จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญส่งเสริมการนอนอย่างปลอดภัยด้วย

โดยสรุปแล้วเด็กทารกที่ไม่มีอาการทางสุขภาพใด ๆ ควรนอนหงายเสมอเมื่อต้องนอนงีบระหว่างวันหรือนอนหลับช่วงกลางคืน

ดาวน์โหลดแอปMali Daily Pregnancy Tracker

แม่มือใหม่ & การตั้งครรภ์

เรตติ้ง 4.8 จากผู้ใช้กว่า 2,000 คน

เรตติ้ง 4.8 จากผู้ใช้งานกว่า 2,000 คน