การตรวจหาเชื้อ GBS ที่อาจเป็นอันตรายร้ายแรงต่อลูก

เชื้อสเตรปโตคอคคัสกรุ๊ป บี (Group B streptococcus หรือ ย่อว่า GBS) เป็นแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ซึ่งมีชีวิตอยู่ภายในลำไส้ ช่องคลอด หรือทวารหนักของสตรีประมาณ 25% ของสตรีทั่วไป

ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ สำหรับผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงเป็นปกติ แต่คุณแม่บางคนสามารถส่งผ่านเชื้อ GBS ไปยังลูกได้ในระหว่างการคลอดธรรมชาติ ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายถึงชิวิตของลูก คุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับการทดสอบเพื่อตรวจหาเชื้อ GBS และหากได้ผลเป็นบวก คุณแม่สามารถรับประทานยาในช่วงใกล้คลอด เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเป็นอันตรายแก่ลูกได้

ความเสี่ยงของการติดเชื้อสูงแค่ไหน
1 ใน 4 ของหญิงที่มีสุขภาพดีจะมีเชื้อ GBS อยู่ภายในร่างกาย คุณแม่ที่มีเชื้อ GBS และได้รับยาปฏิชีวนะในระหว่างการคลอด จะมีโอกาสเพียง 1 ใน 4,000 ที่ลูกจะติดเชื้อ ส่วนคุณแม่ที่มีเชื้อแต่ไม่ได้รับการรักษา จะทำให้ทารกมีโอกาสติดเชื้อสูงกว่ามากถึง 1 ใน 200 ในขณะที่ทารกคลอดผ่านคลองช่องคลอดของคุณแม่

วิธีการตรวจหาเชื้อGBS
ในบางที่ สูติแพทย์จะแนะนำให้คุณแม่ตรวจหาเชื้อ GBS ด้วยการตรวจคัดกรอง Strep B ทางช่องคลอด การตรวจด้วยวิธีนี้มักจะทำในสัปดาห์ที่ 32 และ 37 ของการตั้งครรภ์ โดยจะทำการตรวจหาเชื้อทั้งภายในช่องคลอด และทวารหนัก และจะทราบผลการตรวจภายใน 24 – 48 ชั่วโมง

โดยในประเทศไทย โรงพยาบาลส่วนใหญ่ไม่ตรวจ test นี้ ยกเว้นโรงพยาบาลเอกชนบางที่เท่านั้น ในแนวทางปฏิบัติของประเทศไทย จะให้ยาเพื่อป้องกันในหญิงมีครรภ์ที่มีความเสี่ยงไปเลยโดยไม่จำเป็นต้องตรวจ โดยเฉพาะในกรณีดังต่อไปนี้

  • มีการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด
  • มีถุงน้ำคร่ำแตกก่อนเจ็บครรภ์ > 18 ชั่วโมง
  • ทารกในครรภ์ครั้งก่อนมีประวัติติดเชื้อ GBS

การป้องกัน
แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะในระหว่างการคลอดกับคุณแม่ที่ได้รับกาตรวจพบเชื้อ GBS ถึงแม้ว่าไม่ใช่ทารกทุกคนที่เกิดมากับคุณแม่ที่มีเชื้อ GBS จะติดเชื้อ แต่การให้ยาปฏิชีวนะจะช่วยลดโอกาสที่ลูกจะติดเชื้อ GBS ตั้งแต่เริ่มแรกได้

ในประเทศไทย จะให้ยาป้องกันเฉพาะคุณแม่ที่มีความเสี่ยงเท่านั้น ส่วนในรายที่ตรวจพบเชื้อแต่ไม่มีความเสี่ยงก็อาจจะไม่พิจารณาการให้ยา

อันตรายจากการติดเชื้อ GBS
นักวิจัยจากสถาบัน London School of Hygiene and Tropical Medicine ในกรุงลอนดอนกล่าวว่า จากทารกที่เกิดมาโดยมีมารดาที่ติดเชื้อ GBS จำนวนกว่า 410,000 ราย จะมีทารกที่เสียชีวิตจากการติดเชื้่ออย่างน้อย 147,000 รายต่อปีทั่วโลก

สัญญาณและอาการจากการติดเชื้อ GBS
คุณแม่ตั้งครรภ์มักไม่มีอาการผิดปกติใดๆ เลย ส่วนอาการของทารกสามารถแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบดังนี้

1. อาการเริ่มแรก:
สัญญาณและอาการเริ่มแรกในทารก มักเกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด ซึ่งอาจรวมถึงอาการต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • มีไข้
  • กินนมได้ยาก
  • ง่วงซึม
  • ติดเชื้อแบคทีเรียในร่างกาย (การติดเชื้อในกระแสเลือด)
  • ปอดบวม (การติดเชื้อในปอด)
  • เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (การติดเชื้อของของเหลวและเยื่อบุรอบสมอง)
  • มีปัญหาเกี่ยวกับทางเดินอาหารและไต
  • การเต้นของหัวใจและความดันโลหิตไม่เสถียร

2. อาการช่วงหลัง: อาการของโรคจะพัฒนาภายใน 1 สัปดาห์ ไปจนถึง 2 – 3 เดือนหลังคลอด ภายในเดือนแรก สัญญาณและอาการของโรคอาจรวมถึงอาการต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • หายใจลำบาก
  • มีไข้
  • กินนมได้ยาก
  • ง่วงซึม
  • หงุดหงิดง่าย
  • ติดเชื้อแบคทีเรียในร่างกาย (การติดเชื้อในกระแสเลือด)
  • ปอดบวม (การติดเชื้อในปอด)
  • เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (การติดเชื้อของของเหลวและเยื่อบุรอบสมอง)

หากคุณแม่สังเกตพบอาการใดๆ จากลูก ควรปรึกษาแพทย์หรือโรงพยาบาลโดยทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากคุณแม่ไม่ได้รับการตรวจ หรือการรักษาเชื้อ GBS ระหว่างการคลอดบุตร

รับรองโดย:

  • พญ. วรรวดี ทรัพย์มี ปัญญากาศ
  • นพ. ปิยวุฒิ กรีฑาภิรมย์

ที่มา:

ดาวน์โหลด Mali แม่มือใหม่ & การตั้งครรภ์


เรทติ้ง 4.8 จากผู้ใช้กว่า 1200 คน