ลูกทานยาก

เป็นเรื่องปกติที่เด็กเล็กจะปฏิเสธการรับประทานอาหาร ในความเป็นจริงแล้วเด็กๆ เกือบทุกคนจะมีช่วงเวลาของการปฏิเสธอาหารใหม่ โชคดีที่เด็กส่วนใหญ่สามารถผ่านระยะนี้ไปได้ แม้ว่าบางครั้งอาจต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือน

ลูกของคุณแม่รับประทานอาหารเพียงพอหรือไม่?
คุณแม่ไม่ควรต้องกังวลกับสิ่งที่ลูกรับประทานในแต่ละวัน แต่ควรให้ความสำคัญกับสิ่งที่เขารับประทานเป็นภาพรวมในแต่ละช่วงสัปดาห์ เพราะหากลูกสดใสร่าเริง กระตือรือร้น และน้ำหนักขึ้นเป็นปกติ นั่นหมายความว่าเขาก็อาจรับประทานอาหารอย่างเพียงพอแล้ว

พยายามรักษาสมดุลของอาหาร
คุณแม่ควรแน่ใจว่าลูกได้รับประทานอาหารจาก 4 กลุ่มหลักดังต่อไปนี้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าลูกจะชอบหรือไม่ก็ตาม:

  1. ผักและผลไม้
  2. คาร์โบไฮเดรต: ข้าว ขนมปัง เส้นก๋วยเตี๋ยว พาสต้า และผลิตภัณฑ์จากแป้งอื่นๆ
  3. นม ผลิตภัณฑ์จากนม หรือผลิตภัณฑ์ทางเลือกอื่นๆ
  4. โปรตีน: ถั่วต่างๆ ปลา หรือไข่

วิธีแนะนำอาหารใหม่ๆ ให้ลูกน้อย
เริ่มต้นให้ลูกลองรับประทานอาหารใหม่ที่ไม่เคยรับประทานมาก่อนทีละน้อย และในระหว่างที่คุณแม่ทำเช่นนั้น คุณแม่สามารถย้อนกลับไปให้ลูกลองอาหารที่เขาเคยไม่ชอบมาก่อนได้ เพราะรสนิยมในการรับประทานอาหารของลูกจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ วันนี้พวกเขาอาจไม่ชอบอาหารบางอย่าง แต่เดือนถัดมาพวกเขาอาจจะชอบก็ได้

พยายามเสนออาหารที่หลากหลาย ซึ่งคุณแม่อาจต้องใช้ความพยายามอย่างมากกว่าที่ลูกจะยอมรับประทานอาหารบางชนิด

เคล็ดลับสำหรับคุณแม่ที่มีลูกรับประทานยาก

  • ให้ลูกรับประทานอาหารเหมือนกับทุกๆ คนในครอบครัว แต่อย่าใส่เกลือลงในอาหารของลูก (ในเกลือมีโซเดียมซึ่งหากเด็กได้รับในปริมาณมากเกินไปจะส่งผลที่ไม่ดีต่อสุขภาพ)
  • วิธีที่ดีที่สุดสำหรับลูกในการเรียนรู้ที่จะรับประทานและเพลิดเพลินไปกับอาหารใหม่ คือเลียนแบบพฤติกรรมของคุณแม่ พยายามรับประทานอาหารพร้อมกับเขาให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
  • เริ่มให้ในปริมาณน้อยๆ และชมเชยลูกเมื่อเขารับประทานอาหารนั้นๆ แม้ว่าเขาจะรับประทานไปเพียงเล็กน้อยก็ตาม
  • หากลูกปฏิเสธอาหาร อย่าบังคับให้เขารับประทานมัน คุณแม่เพียงแค่นำอาหารออกไปโดยไม่พูดอะไร พยายามสงบสติอารมณ์ หลังจากนั้นลองให้อาหารนั้นอีกครั้งในวันอื่น
  • อย่ารอจนกว่าลูกจะหิวหรือเหนื่อยเกินกว่าที่จะกิน
  • ลูกอาจเป็นคนกินช้า คุณแม่อาจต้องใช้ความอดทนมากสักหน่อย
  • อย่าให้ลูกรับประทานของว่างระหว่างมื้อมากเกินไป
  • ไม่ควรใช้อาหารเป็นรางวัล เพราะจะทำให้ลูกคิดว่าขนมเป็นสิ่งที่ดี แต่ผักนั้นไม่น่ากิน ควรให้รางวัลแก่พวกเขาด้วยการกอด พาไปเที่ยวที่สวนสาธารณะ หรือเล่นเกมสนุกๆ
  • ทำให้ช่วงเวลารับประทานอาหารเป็นเวลาที่สนุกสนาน และไม่ใช่แค่การนั่งกินอย่างเดียวเท่านั้น คุณแม่อาจพูดคุย เล่นเกม หรือแม้แต่ร้องเพลงที่โต๊ะอาหารได้
  • หากคุณแม่รู้จักเด็กคนอื่นที่มีอายุเท่าๆ กัน และเป็นคนรับประทานเก่ง ลองนัดให้พวกเขามารับประทานอาหารกลางวันร่วมกับลูกของคุณแม่ เพราะเด็กๆ มักชอบที่จะเลียนแบบเด็กคนอื่นๆ
  • ชักชวนผู้ใหญ่คนอื่นในบ้านให้รับประทานอาหารร่วมกับลูกของคุณแม่ บางครั้งเด็กจะรับประทานอาหารเพื่ออวดคนอื่น เช่น ปู่ ย่า ตา ยาย โดยที่คุณแม่อาจไม่ต้องทำอะไร
  • เปลี่ยนวิธีการปรุงอาหาร ตัวอย่างเช่น ลูกอาจปฏิเสธแครอทที่ปรุงสุกแล้ว แต่เพลิดเพลินกับแครอทขูดแบบดิบ
  • ดึงความสนใจของลูกด้วยสิ่งที่น่าตื่นเต้นในขณะรับประทานอาหาร  เช่น การชี้นกบนท้องฟ้าในขณะที่ป้อนอาหารไปด้วย วิธีนี้มักจะใช้ได้ผลกับเด็กๆ ที่รับประทานยาก

หลีกเลี่ยงอาหารที่มีเกลือและน้ำตาล
ไม่ว่าคุณแม่จะพยายามให้อาหารชนิดใดกับลูก ควรพยายามหลีกเลี่ยงเกลือและน้ำตาลเพราะทั้ง 2 สิ่งนี้เป็นอันตรายต่อสุขภาพของเด็ก อาหารโปรดของเด็กๆ ที่มีเกลืออยู่มาก ได้แก่ พิซซ่า มันฝรั่งทอด บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และของหวานจานโปรดที่มีน้ำตาลอยู่มาก ได้แก่ ช็อคโกแลต อมยิ้ม ขนมหวาน และแม้แต่อาหารธรรมดาที่มักมีน้ำตาลปริมาณมาก เพื่อให้แน่ใจว่าลูกจะเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรง คุณแม่ควรพยายามหลีกเลี่ยงทั้งเกลือและน้ำตาล เนื่องจากจะยิ่งเป็นการยากที่จะห้ามไม่ให้เด็กๆ รับประทาน เมื่อพวกเขาเริ่มคุ้นเคยกับอาหารเหล่านั้นแล้ว

กฎง่ายๆ 3 ข้อสำหรับการหลีกเลี่ยงเกลือและน้ำตาล:

  1. หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปทุกชนิด
  2. หลีกเลี่ยงอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน
  3. หลีกเลี่ยงอาหารจากร้านต่างๆ หากคุณแม่ไม่แน่ใจว่าผ่านการปรุงมาอย่างไร

เมื่อใดที่ควรไปพบแพทย์?
คุณแม่ควรโทรปรึกษาหรือพาลูกไปพบแพทย์ เมื่อลูกมีอาการดังต่อไปนี้:

  • น้ำหนักลด
  • อ่อนเพลีย
  • ขาดน้ำ
  • อาเจียนอย่างต่อเนื่อง
  • มีอาการท้องร่วงอย่างต่อเนื่อง
  • มีอาการปวดท้อง
  • หากคุณแม่กังวลว่าลูกจะรับประทานอาหารไม่เพียงพอ

ที่มา:

ดาวน์โหลด Mali แม่มือใหม่ & การตั้งครรภ์


เรทติ้ง 4.8 จากผู้ใช้กว่า 500 คน