ดาวน์โหลดแอป

เดือนที่ 11: เตรียมตัวสู่การเดิน และเรียนรู้ที่จะปล่อยให้ลูกน้อยล้มบ้าง

พัฒนาการลูกในแต่ละเดือน

เดือนที่ 11: เตรียมตัวสู่การเดิน และเรียนรู้ที่จะปล่อยให้ลูกน้อยล้มบ้าง

การเดินถือเป็นขั้นพัฒนาการที่ยิ่งใหญ่ของลูก ในแง่ของวิวัฒนาการ การเดินถือเป็นก้าวที่สำคัญของมนุษย์เพราะทำให้มนุษย์แตกต่างจากสัตว์ตระกูลลิง 

คุณอาจต้องปรับตัวในช่วงนี้เพื่อสนับสนุนลูกน้อยในช่วงพัฒนาการที่สำคัญนี้ เพราะต้องหาสมดุลระหว่างการให้พื้นที่ในการสำรวจสิ่งต่าง ๆ ไปพร้อม ๆ กับให้ความปลอดภัยแก่ลูกน้อย

คุณแม่และลูกเป็นอย่างไรบ้าง
ลูกจะประสานงานส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ดีขึ้น และเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วมากขึ้นเพื่อเตรียมการเดิน คุณอาจสังเกตว่าลูกใช้แรงจากขามากขึ้นเพื่อการยืนขึ้นหรือเกาะเดิน หากลูกน้อยเริ่มคลานแล้ว เขาอาจใช้การคลานเพื่อไปที่ต่าง ๆ หรือไปหยิบของที่ต้องการ หากยังไม่คลาน ทารกบางคนก็อาจข้ามการคลานไปหัดเดินเลย

ทำความรู้จักการคลานแบบต่าง ๆ
เด็กทารกแต่ละคนมีสรีระแตกต่างกัน ดังนั้นพัฒนาการจึงแตกต่างกันด้วย การคลานมีหลายรูปแบบด้วยกัน ทารกบางคนอาจคลานโดยคว่ำตัวลงและใช้มือเพื่อคลานไปข้างหน้า​ (หรือถอยหลัง) บางคนใช้เพียงมือและเท้าในการคลาน (เรียกว่า คลานแบบหมี) และทารกบางคนก็ไม่คลานเลยแต่ข้ามไปเดินแทน ตราบใดที่ลูกได้ฝึกใช้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเพื่อเคลื่อนไหวอยู่เสมอ และได้ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ คุณก็เตรียมดูเขาพัฒนาได้เลย

การสนับสนุนให้ลูกคลานและเดิน โดยสร้างสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม:
ควรสร้างสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยเพื่อให้ลูกน้อยได้ฝึกปีนป่าย ได้ล้ม และได้ฝึกคลาน การมีสิ่งแวดล้อมที่ดีจะช่วยให้คุณรู้สึกสบายใจเมื่อปล่อยให้ลูกได้เล่นกับสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัว ไม่ว่าจะเป็นการปีนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นต่าง ๆ คลานไปเล่นใต้โต๊ะ หรือใช้เก้าอี้ในการเกาะยืน เพียงดูให้แน่ใจว่าเฟอร์นิเจอร์เหล่านั้นมีความแข็งแรง มั่นคง ปลอดภัยพอที่จะสนับสนุนพัฒนาการของลูก

การปล่อยให้ลูกออกสำรวจ:
ควรให้พื้นที่ และให้เวลาลูกในการฝึกยืน เกาะเดิน และคลานเป็นประจำทุกวัน ควรใจเย็นกับลูกน้อยเมื่อเขาล้มและลุกขึ้นยืนใหม่ คุณพ่อคุณแม่ควรเข้าใจว่าเขาจะล้มซ้ำแล้วซ้ำอีกไปเรื่อย ๆ ในขณะที่ลูกน้อยกล้าลองสิ่งใหม่ ๆ เพิ่มทุกวัน 

ช่วยสนับสนุนและสร้างความมั่นใจ:
สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้เด็กคนหนึ่งมีแรงบันดาลใจที่จะเรียนรู้คือการได้รับการสนับสนุน และความมั่นใจในตัวเอง การปรบมือ และยื่นมือออกมาเมื่อลูกกำลังยืนอยู่และพยายามจะก้าวเดิน หรือเปิดเพลงสนุก ๆ เพื่อส่งเสริมให้ลูกเต้นตามเพลงก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มความสนุกสนานให้ช่วงเวลานี้ได้ พยายามอย่าขัดจังหวะลูกโดยไม่จำเป็น และไม่ควรพูดเตือนหรือห้ามในแบบที่ทำให้ลูกรู้สึกหวาดกลัว หรือเสียกำลังใจ

ทำไมจึงควรปล่อยให้ลูกล้มบ้าง:
ทุกคนต่างเคยพบสิ่งที่ท้าทาย ไม่ว่าจะเป็นความผิดหวัง หรือความรู้สึกเสียใจในบางช่วงเวลาของชีวิต การเรียนรู้ที่จะลุกขึ้นมาใหม่และลองอีกครั้งแสดงให้เห็นว่าคนคนหนึ่งไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค สิ่งนี้นับเป็นทักษะที่สำคัญของมนุษย์ทุก ๆ คนในการที่จะอยู่รอดในโลกอันไม่แน่นอน การยอมรับความล้มเหลว เรียนรู้จากความล้มเหลว และนำความรู้ไปปรับใช้ใหม่ในครั้งต่อไปเมื่อเริ่มพยายามอีกครั้งถือเป็นชุดความคิดที่เด็ก ๆ สามารถเรียนรู้ไว้เพื่อที่จะพึ่งพาตนเอง และเพื่อเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุขในอนาคต เด็ก ๆ ชอบสำรวจสิ่งต่าง ๆ และมีความคิดสร้างสรรค์ตามธรรมชาติ ซึ่งผู้ใหญ่สามารถช่วยสนับสนุนเขาได้ผ่านช่วงเวลาธรรมดา ๆ ในชีวิตประจำวันเช่นนี้เอง

รับรองโดย:

เกศสุภา จิระการณ์ (นักสุขภาพจิต) (1 พฤศจิกายน 2023)

ที่มา:

ดาวน์โหลดแอปMali Daily Pregnancy Tracker

แม่มือใหม่ & การตั้งครรภ์

เรตติ้ง 4.9 จากผู้ใช้งานกว่า 10,000+ คน

เรตติ้ง 4.9 จากผู้ใช้งานกว่า 10,000+ คน