แผลไหม้พุพองจากความร้อน

แผลไหม้พุพองที่เกิดจากไฟไหม้ หรือน้ำร้อนลวก สามารถทำลายผิวหนังได้ วิธีการรักษาแผลทั้ง 2 ชนิดนั้นเหมือนกัน

แผลไหม้อาจเกิดจากความร้อนจากสิ่งของที่แห้ง เช่น เตารีด แผลพุพองเกิดจากของเหลวร้อน หรือไอน้ำ เช่น น้ำเดือด

อาการของแผลไหม้พุพอง
ความเจ็บปวดที่ลูกรู้สึกอาจไม่สามารถบอกได้ถึงความรุนแรงของแผลไหม้พุพองได้ บางครั้งแผลไหม้รุนแรงอาจไม่เจ็บปวด แต่แผลไหม้พุพองส่วนใหญ่อาจสร้างความเจ็บปวดมากและอาจทำให้มีอาการดังต่อไปนี้:

  • ผิวเปลี่ยนเป็นสีแดง
  • ผิวหนังลอก
  • มีตุ่มพอง
  • บวม
  • ผิวหนังขาวซีดหรือไหม้เกรียมบริเวณที่โดนความร้อน

วิธีรักษาแผลไหม้พุพอง
นี่คือบางสิ่งที่คุณแม่สามารถทำได้ทันทีเพื่อปฐมพยาบาลเบื้องต้นหลังจากเกิดแผลไหม้พุพอง:

  • นำเด็กออกห่างจากความร้อนทันที
  • ลดอุณหภูมิของแผลไหม้ลงโดยการประคบด้วยน้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิห้องเป็นเวลา 20 นาที อย่าใช้น้ำแข็ง น้ำเย็นจัด ครีมใดๆ หรืออะไรก็ตามที่มีความมันลื่น เช่น เนย ยาสีฟัน หรือบัวหิมะ ทาที่แผลโดยตรง
  • ถอดเสื้อผ้าบริเวณที่อยู่ใกล้กับแผลออก รวมถึงผ้าอ้อมของทารก แต่อย่าพยายามดึงสิ่งที่ติดอยู่กับผิวหนังออก
  • พยายามไม่ให้สัมผัสโดนบริเวณที่เป็นแผล
  • คลุมแผลด้วยผ้าก๊อชที่ผ่านการฆ่าเชื้อ หรือฟิล์มใสสำหรับห่ออาหาร 
  • หากแผลอยู่บริเวณใบหน้า พยายามให้ลูกนั่งให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้แทนการนอน วิธีนี้จะช่วยลดอาการบวมได้
  • คุณแม่สามารถให้ลูกรับประทานยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการปวดได้

เมื่อใดที่ควรไปพบแพทย์?
คุณแม่สามารถรักษาแผลไหม้เล็กน้อยได้เองที่บ้าน แต่หากเด็กมีแผลไหม้รุนแรง เช่น แผลที่เกิดการพุพอง ควรพาไปพบแพทย์ทันที และคุณแม่ควรพาลูกไปพบแพทย์หากลูกมีภาวะดังต่อไปนี้:

  • เป็นแผลไหม้ที่เกิดจากสารเคมี หรือไฟฟ้า
  • เป็นแผลไหม้ขนาดใหญ่หรือลึก หรือมีขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือของคุณแม่
  • แผลไหม้ที่ทำให้ผิวหนังเป็นสีขาวหรือไหม้เกรียม
  • แผลไหม้ที่อยู่บริเวณใบหน้า มือ แขน ขา เท้า หรืออวัยวะเพศ
  • แผลไหม้ที่เริ่มพุพอง

ที่มา:

ดาวน์โหลด Mali แม่มือใหม่ & การตั้งครรภ์


เรทติ้ง 4.8 จากผู้ใช้กว่า 500 คน