เปรียบเทียบ 5 เครื่องฟอกอากาศ ยอดนิยม สู้ฝุ่น PM 2.5
Mali รีวิว

การเกิดขึ้นของฝุ่น PM 2.5 ที่นับวันยิ่งจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เครื่องฟอกอากาศเป็นหนึ่งในอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องมีติดบ้านไว้ เพื่อช่วยลดการสูดดมฝุ่นละอองอนุภาคเล็กที่อาจเสี่ยงทำให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจได้
วันนี้มะลิได้รวบรวม 5 เครื่องฟอกอากาศยอดนิยม ที่ราคาหลากหลายตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นมาให้คุณแม่ได้ลองเลือกกัน ซึ่งแต่ละแบรนด์จะมีจุดเด่นอย่างไรบ้างนั้นตามมาดูกันเลย
5 เครื่องฟอกอากาศ ยอดนิยม สู้ฝุ่น PM 2.5
- Dyson เครื่องฟอกอากาศแบรนด์ดังจากอังกฤษที่แม่ ๆ ในแอปมะลิอยากได้ที่สุด ขนาดกะทัดรัดและทรงพลัง แต่เงียบสนิท มาพร้อมระบบกรองประสิทธิภาพสูง ฟิลเตอร์ 360° Electrostatic + Formaldehyde ที่สามารถดักจับฝุ่นอนุภาคขนาดเล็ก 0.3 ไมครอนได้ถึง 99.97 % สามารถฟอกอากาศในห้องที่มีขนาดสูงสุด 100 ตร.ม.
- Amway เครื่องกรองอากาศ แอทโมสเฟียร์ สกาย กรองได้เล็กที่สุด 0.00024 ไมครอนสำหรับพื้นที่ขนาด 43 ตร.ม
- SHARP เครื่องฟอกอากาศระบบความพลาสม่าคลัสเตอร์แบบเข้มข้น พ่นอนุภาคบวก และลบ สามารถฆ่าเชื้อโรค เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย สามารถตรวจจับอนุภาคขนาดเล็กได้มากถึง 2.5 ไมครอน ครอบคลุมพื้นที่ฟอกได้มากถึง 62 ตร.ม.
- Philips ราคาไม่เกิน 3,500 บาท ฟอกอากาศให้สะอาดได้ภายใน 17 นาที นอกจากนี้ เหมาะใช้ฟอกอากาศสำหรับห้องขนาด 44 ตร.ม
- Xiaomi Mi เครื่องฟอกอากาศยอดนิยม ด้วยราคาไม่เกิน 4,000 บาท เหมาะกับพื้นที่ 25-43 ตร.ม. เสียงเงียบเพียง 35.8db
1. เครื่องฟอกอากาศ Dyson

เริ่มต้นด้วยเครื่องฟอกอากาศจากแบรนด์พรีเมี่ยมจากประเทศอังกฤษที่ได้รับรางวัลจากงาน Mali Awards ปี 2025 ที่แม่ ๆ ในคลับมะลิโหวตว่าเป็นแบรนด์เครื่องฟอกอากาศที่แม่อยากได้มากที่สุดกับ เครื่องฟอกอากาศ Dyson HushJet ™ Purifier Compact เครื่องฟอกอากาศรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Dyson ที่ขนาดกะทัดรัดและทรงพลัง ตอบโจทย์แม่ ๆ ที่มีลูกเล็ก ด้วยขนาดที่เล็กเหมาะกับทุกห้องในบ้าน และสามารถฟอกอากาศในห้องที่มีขนาดสูงสุดถึง 100 ตร.ม. ทำงานในโหมด Sleep เงียบกว่าเสียงกระซิบเพียง 24 เดซิเบลเท่านั้น ไม่กวนลูกน้อยขณะหลับ มาพร้อมระบบกรองประสิทธิภาพสูงที่สามารถดักจับอนุภาคขนาดเล็ก 0.3 ไมครอนได้ถึง 99.97 % มาพร้อมตัวกรองที่มีอายุการใช้งานถึง 5 ปี ใช้งานได้ยาวๆ นอกจากนี้ ยังช่วยกำจัดกลิ่นจากสัตว์เลี้ยงและการทำอาหาร รวมถึงก๊าซ NO₂ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพของลูกน้อยอีกด้วย


จุดเด่น:
- เครื่องฟอกอากาศขนาดเล็กที่เงียบสนิท เพียง 24 เดซิเบล
- ระบบการกรองประสิทธิภาพสูง สามารถดักจับอนุภาคขนาดเล็กถึง 0.3 ไมครอน ได้ 99.97%
- ฟิลเตอร์คาร์บอนช่วยกำจัดกลิ่นจากสัตว์เลี้ยงและการทำอาหาร รวมถึงก๊าซที่เป็นอันตราย เช่น NO₂ ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพของเด็ก ๆ
- ช่วยกำจัดกลิ่นสัตว์เลี้ยง ควันจากห้องครัวและก๊าซ NO2
- อายุการใช้งานแผ่นกรองยาวนานถึง 5 ปี
- เทคโนโลยีการกระจายอากาศที่เจาะจงด้วยความเร็วสูงแบบเฉพาะของ Dyson ทำความสะอาดห้องขนาดใหญ่สูงสุด 100 ตร.ม.
- ควบคุมคุณภาพอากาศได้ง่าย ๆ แม้ไม่อยู่บ้านผ่านแอป MyDyson
ราคา: 19,900 บาท
![]() | Dyson HushJet ™ Purifier Compact |
2. เครื่องฟอกอากาศ Amway

สำหรับคุณแม่ที่มีงบเพิ่มขึ้นมาและกำลังมองหาเครื่องกรองอากาศสไตล์มินิมอล เรียบหรู ดูดี ที่สามารถกรองได้เล็กที่สุดถึง 0.0024 ไมครอน ต้องไม่พลาดเครื่องฟอกอากาศ Atmosphere Sky จาก Amway ที่มาพร้อมดีไซน์ล้ำสมัย ที่ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ สามารถกรองสิ่งปนเปื้อนในอากาศขนาดเล็กถึง 0.0024 ไมครอน ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าฝุ่น PM 2.5 ถึง 1,000 เท่า แถมยังใช้งานได้สะดวก เพราะสามารถควบคุมการทำงานของเครื่องฟอกอากาศผ่านแอปพลิเคชันได้ มั่นใจได้เรื่องอากาศสะอาด เพราะได้รับการรับรองเรื่องการกรองสารก่อภูมิแพ้และสารก่อการระคายเคืองถึง 22 หมวด

จุดเด่น:
- กรองสิ่งปนเปื้อนในอากาศขนาดเล็กถึง 0.0024 ไมครอน* ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าฝุ่น PM2.5 ถึง 1,000 เท่า
- กรองได้ 3 ระดับ กรองหยาบ กรองฝุ่น และกรองกลิ่น
- สามารถกรองสิ่งปนเปื้อนในอากาศได้มากถึง 330 ชนิด** เช่น ไวรัส แบคทีเรีย หรือสปอร์เชื้อรา
- ฟอกอากาศได้สูงถึง 300 ลูกบาศก์ฟุตต่อนาที ด้วยมอเตอร์คุณภาพสูงจากประเทศเยอรมัน
- มีระบบการแจ้งเตือนการเปลี่ยนแผ่นกรอง ทำให้รู้ได้ทันทีว่าควรเปลี่ยนแผ่นกรองเมื่อไหร่
- เหมาะกับห้องขนาด 43 ตรม.
ราคา: 53,040 บาท
![]() | Amway Atmosphere Sky |
3. เครื่องฟอกอากาศ SHARP

อีกหนึ่งเครื่องฟอกอากาศที่ตอบโจทย์สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในตอนนี้ กับ เครื่องฟอกอากาศ SHARP รุ่น FP-J80TA-W ที่สามารถกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กตั้งแต่ PM 2.5 ถึง PM 0.3 ครอบคลุมพื้นที่กว้างถึง 62 ตร.ม. มาพร้อมระบบความพลาสม่าคลัสเตอร์แบบเข้มข้น สามารถฆ่าเชื้อโรค เชื้อรา เชื้อแบคทีเรียในอากาศ และสลายกลิ่นอับชื้นตลอดจนสลายฤทธิ์สารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่นที่ติดแน่นในห้องได้

จุดเด่น:
- พลาสมาคลัสเตอร์เข้มข้น 25,000 ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา เชื้อไวรัส สารก่อภูมิแพ้ และกลิ่นไม่พึงประสงค์
- เซ็นเซอร์อัตโนมัติตรวจจับมลภาวะ 6 ชนิด ได้แก่ PM2.5 ฝุ่นละออง กลิ่น อุณหภูมิ ความชื้น และแสงสว่าง
- แผ่นกรอง HEPA ดับจับฝุ่นขนาดเล็กกว่า 0.3 ไมครอน ได้สูงสุด 99.97%
- ฟังก์ชั่นตั้งเวลา และโปรแกรมป้องกันเด็กเล่นเครื่อง
- ขนาดห้องที่เหมาะสม: 62 ตร.ม.
ราคา: 23,990 บาท
![]() | SHARP FP-J80TA-W |
4. เครื่องฟอกอากาศ Philips

หากบ้านไหนมีสมาชิกป่วยบ่อย และต้องการเครื่องฟอกอากาศในงบไม่เกิน 3,500 บาท มะลิขอแนะนำ Philips Air Purifier เครื่องฟอกอากาศ AC0650/10 เพราะมีประสิทธิภาพกรองฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และไวรัสที่แพร่กระจายในอากาศ โดยสามารถฟอกอากาศให้สะอาดได้ภายใน 17 นาที นอกจากนี้ เครื่องยังเงียบเป็นพิเศษ เพราะเสียงเบาเพียง 19db เท่านั้น เหมาะใช้ฟอกอากาศสำหรับห้องขนาด 44 ตร.ม.

จุดเด่น:
- ระบบกรอง 2 ชั้นที่ใช้เทคโนโลยี HEPA ของ NanoProtect ช่วยจับอนุภาคละเอียดพิเศษที่เล็กถึง 0.003 ไมครอนได้ 99.97%
- ฟอกอากาศสะอาด 17 นาที
- สามารถใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนได้ เพียงเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน Air+
- ขนาดกะทัดรัด สูงเพียง 34 ซม.
- อัตราการสร้างอากาศบริสุทธิ์ (CADR) 170 ลบ.ม./ชม.
- การทำงานเงียบ เสียงเบาเพียง 19db
ราคา: 3,249 บาท
![]() | Philips air purifier |
4. เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Mi

คุณแม่ที่กำลังมองหาเครื่องกรองอากาศในงบไม่เกิน 4,000 บาท Xiaomi Mi Smart Air Purifier 4 Lite อาจเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะเสียงรบกวนต่ำ 33.4db เหมาะกับพื้นที่ 25-43 ตร.ม. สามารถกรองได้ทั้งฝุ่น PM2.5 ฝุ่นละอองต่าง ๆ ขนสัตว์ เกสรดอกไม้ กลิ่นสัตว์เลี้ยง และกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ โดยใช้เวลาเพียงอึดใจเดียวในการเปลี่ยนอากาศที่แย่ให้เป็นห้องที่เต็มไปด้วยอากาศบริสุทธิ์

จุดเด่น:
- อัตราการสร้างอากาศบริสุทธิ์ (CADR) 230 ลบ.ม./ชม.
- ไส้กรองเคลือบสารป้องกัน และกำจัดแบคทีเรียได้ถึง 99.99%
- เสียงในการเงียบเพียง 35.8db ให้ลูกน้อยนอนหลับได้อย่างเต็มอิ่ม
- หน้าจอแสดงผลแบบ LED สามารถบอกค่าปริมาณฝุ่น หรือมลพิษในอากาศ, อุณหภูมิ, และความชื้นในห้องได้แบบละเอียด
- สามารถเชื่อมต่อแอปพลิเคชัน Mi Home เพื่อดูสถานะการใช้งาน ตั้งเวลาเปิดปิดเครื่อง หรือล็อกการใช้งานได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว
- เหมาะกับพื้นที่ 25-43 ตร.ม.
ราคา: ประมาณ 3,990 บาท
![]() | Xiaomi Mi Air Purifier |
ผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 ต่อลูกน้อย

ฝุ่น PM 2.5 มีขนาดเล็กมากจนสามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจและกระแสเลือดได้ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อสุขภาพของลูกน้อยที่ระบบภูมิคุ้มกันและปอดยังพัฒนาไม่เต็มที่ ผลกระทบหลักที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่:
- ปัญหาสุขภาพทางเดินหายใจ ลูกน้อยอาจมีอาการไอ หายใจลำบาก และเสี่ยงต่อโรคหอบหืด
- ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ทำให้ลูกน้อยติดเชื้อได้ง่ายและป่วยบ่อยขึ้น
- ผลต่อการพัฒนาสมอง การได้รับฝุ่น PM 2.5 ในระยะยาวอาจส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองและการเรียนรู้
เพื่อป้องกันสุขภาพของเจ้าตัวเล็ก คุณพ่อคุณแม่ควรหลีกเลี่ยงการพาลูกน้อยออกนอกบ้านในวันที่ค่าฝุ่นสูง ใช้เครื่องกรองอากาศเพื่อลดปริมาณฝุ่นภายในบ้าน และให้ลูกน้อยสวมหน้ากากที่เหมาะสมเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงและปลอดภัยในระยะยาว
หมายเหตุ: มะลิมุ่งมั่นที่จะให้คำแนะนำที่เชื่อถือได้สำหรับคุณแม่ อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถรับประกันความถูกต้องหรือความครบถ้วนของเนื้อหาที่ให้ไว้ได้ เนื่องจากข้อมูลอาจมีการอัปเดตหรือเปลี่ยนแปลงตามเวลา เราขอแนะนำให้ผู้อ่านตรวจสอบรายละเอียดด้วยตนเองและไม่สามารถรับผิดชอบต่อความไม่ถูกต้องใด ๆ โดยผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์ที่เราแนะนำ ถูกพิจารณาจากความนิยมในกลุ่มผู้ใช้งานของเราหรือคุณภาพและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ โดยเราไม่ได้รับการสปอนเซอร์ใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นการชำระเงินหรือของขวัญจากแบรนด์






