ภาวะอารมณ์แปรปรวนระหว่างตั้งครรภ์

การตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงของภาวะทางอารมณ์ คุณแม่อาจจะหัวเราะคิกคัก แต่หนึ่งนาทีต่อมาก็อาจร้องไห้โดยไม่มีเหตุผล

คุณแม่จำนวนมากพบว่าภาวะอารมณ์แปรปรวนจะเกิดขึ้นประมาณสัปดาห์ที่ 6 – 10 ของการตั้งครรภ์ และจะลดลงในช่วงไตรมาสที่ 2 จากนั้นก็จะปรากฏอาการอีกครั้งในช่วงใกล้คลอด ภาวะอารมณ์แปรปรวนระหว่างตั้งครรภ์เป็นเรื่องปกติ ดังนั้นคุณแม่อย่ารู้สึกผิด เพียงแค่ตระหนักถึงมันและตอบสนองในทางบวกก็พอ

ภาวะอารมณ์แปรปรวนระหว่างตั้งครรภ์เกิดขึ้นได้อย่างไร
หนึ่งในสาเหตุหลักของภาวะอารมณ์แปรปรวนของคุณแม่ คือการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ปริมาณของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนในเลือดจะเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยในการเตรียมร่างกายของคุณแม่สำหรับการตั้งครรภ์ แต่ฮอร์โมนนี้ก็สามารถส่งผลกระทบต่ออารมณ์ของคุณแม่ได้ ทำให้คุณแม่รู้สึกอ่อนไหว หงุดหงิด หรือโกรธเคืองได้ง่าย

อย่างไรก็ตาม ฮอร์โมนไม่ใช่เหตุผลเดียวของภาวะอารมณ์แปรปรวนนี้ ยังมีเหตุผลอื่น ๆ อีกเช่นกัน

ความวิตกกังวล: ในขณะที่การเริ่มต้นสร้างครอบครัวอาจเต็มไปด้วยความสุข คุณแม่อาจมีความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่จะเกิดขึ้น อนาคต ที่อยู่อาศัย รายได้ การงานหรือภาระใหม่ๆ และการดูแลทางการแพทย์ สิ่งเหล่านี้สามารถก่อให้เกิดภาวะอารมณ์แปรปรวนได้ และหันเหความสนใจจากการดูแลตนเองของคุณแม่ไป ซึ่งอาจทำให้ความสามารถในการรับมือกับภาวะทางอารมณ์ลดลง

การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย: เนื่องจากร่างกายของคุณแม่มีการเปลี่ยนแปลง เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของ #ลูก คุณแม่อาจประสบกับอาการแพ้ท้อง ปวดเมื่อยตามร่างกาย และการเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง คุณแม่บางคนอาจรู้สึกไม่สวย หรือหงุดหงิดเพราะพวกเขาไม่สามารถเป็นคนเดิมได้อีกต่อไป

ความอ่อนเพลีย: ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกไม่สบายตัวหรือความเครียด ก็อาจทำให้คุณแม่ประสบปัญหาในการนอนระหว่างตั้งครรภ์ได้ทั้งนั้น การพักผ่อนไม่เพียงพอนั้นได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีผลกระทบอย่างมากต่อภาวะทางอารมณ์ของบุคคล

จะรับมือกับภาวะอารมณ์แปรปรวนได้อย่างไร
ประการแรก คุณแม่ไม่ควรตำหนิตัวเองที่รู้สึกแบบนี้ เนื่องการอาการส่วนใหญ่เกิดจากฮอร์โมนซึ่งอยู่นอกเหนือการควบคุมของคุณแม่ เพราะฉะนั้นคุณแม่ต้องอดทน ผ่อนคลาย และลองทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

การดูแลตัวเอง: ลองฟังร่างกายและจิตใจของคุณแม่ และคิดถึงสิ่งต่างๆ ที่คุณแม่อยากทำเพื่อจะช่วยให้จิตใจของคุณแม่คิดถึงเรื่องอื่นนอกจากการตั้งครรภ์ได้สักครู่ เช่น ดูหนังตลก ไปทานข้าวกลางวันกับเพื่อนๆ หรือไปช็อปปิ้ง

นอนหลับ: หากคุณกำลังเหนื่อยและอ่อนเพลีย คุณแม่จะยิ่งจัดการกับอารมณ์ของตัวเองได้ยากขึ้น ดังนั้นสิ่งสำคัญคือต้องทำให้แน่ใจว่าคุณแม่ได้พักผ่อนนอนหลับอย่างเพียงพอ การงีบหลับสั้นๆ เท่าที่จะทำได้ตลอดทั้งวันอาจช่วยชาร์จพลังให้กับคุณแม่จากการนอนหลับที่ไม่เพียงพอในเวลากลางคืนได้ ถ้าคุณแม่ต้องทำงานไปด้วย ให้ลองปรึกษากับที่ทำงาน เพื่อดูว่าคุณแม่สามารถมีเวลาหยุดพักมากกว่านี้ได้หรือไม่

โภชนาการ: เช่นเดียวกับการนอนหลับ การรับประทานอาหารเป็นวิธีทางธรรมชาติที่ดีในการช่วยรับมือกับภาวะอารมณ์แปรปรวนของคุณแม่ คุณแม่ควรรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพจากธรรมชาติ แทนที่จะรับประทานอาหารแปรรูปซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพกาย และทำให้เสถียรภาพทางอารมณ์ลดลง

ออกกำลังกาย: การออกกำลังกายเป็นเครื่องปรับอารมณ์ที่ดี และเพียงคุณแม่ออกกำลังกายเบาๆ ก็ทำให้สารเคมีที่ทำให้รู้สึกดีเหล่านี้ไหลเข้ามาในสมองได้แล้ว ครั้งต่อไปที่คุณแม่รู้สึกหงุดหงิดหรือกังวล ลองไปว่ายน้ำ เดินเล่น หรือเข้าคลาสโยคะดู

พูดคุย: หนึ่งในยาถอนพิษที่ดีที่สุดเมื่อคุณแม่รู้สึกหดหู่หรือเครียดคือการพูดคุยกับใครสักคนหนึ่ง พยายามซื่อสัตย์ในสิ่งที่คุณแม่รู้สึกและพูดออกไปตรงๆ กับสามีและครอบครัว คุณแม่อาจประหลาดใจที่พบว่าพวกเขาเข้าใจ และพร้อมที่จะสนับสนุนคุณแม่ได้อย่างไรบ้าง

จะทำอย่างไรถ้าคุณแม่ไม่สามารถรับมือกับภาวะอารมณ์แปรปรวนได้
ถ้าคุณแม่รู้สึกหดหู่ ไม่สบายใจอยู่ตลอดเวลาควรปรึกษากับคุณหมอ เพราะสิ่งสำคัญคือคุณแม่ต้องได้รับความช่วยเหลือและการรักษาอย่างมืออาชีพในขณะที่คุณแม่กำลังตั้งครรภ์อยู่ การวิจัยแสดงให้เห็นว่าปัญหาสุขภาพทางอารมณ์ที่ไม่ได้รับการรักษาของคุณแม่ อาจส่งผลต่อปัญหาทางกายภาพของ #ลูก ในระหว่างตั้งครรภ์ และแม้กระทั่งเมื่อเขาเติบโตขึ้นในอนาคต

ที่มา:

ดาวน์โหลด Mali แม่มือใหม่ & การตั้งครรภ์


เรทติ้ง 4.8 จากผู้ใช้กว่า 500 คน