สัปดาห์ที่ 37 ของการตั้งครรภ์

ปอดของ #ลูก พร้อมสำหรับการหายใจ และระบบการตอบสนองก็เริ่มทำงานได้แล้ว

เนื่องจากในขณะนี้มดลูกของคุณแม่โตขึ้นจนมีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่จะโตได้แล้ว จึงอาจทำให้เกิดรอยแตกลายเพิ่มขึ้นได้ในหลายๆ ที่

#ลูก เป็นอย่างไรบ้าง
ตอนนี้ #ลูก อยู่ในครรภ์ใกล้ครบกำหนดแล้ว ระบบต่างๆ ของร่างกายของเขาพัฒนาจนพร้อมที่จะมีชีวิตอยู่ภายนอกครรภ์ของคุณแม่ได้แล้ว เพียงแค่รอเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น

#ลูก ตัวยาวประมาณ 48 ซม. และหนักประมาณ 2.6 กิโลกรัม และมีขนาดประมาณเดียวกับผลทุเรียน

#ลูก ยังคงฝึกหายใจเข้า และหายใจออกด้วยน้ำคร่ำของเขา เพื่อให้ปอดพร้อมสำหรับการหายใจ ส่วนระบบย่อยอาหารของเขานั้นยังต้องรอจนกว่าจะถึงเวลาที่ได้รับอาหารเมื่อออกมาสู่โลกภายนอก

ระบบการตอบสนองของ #ลูก ค่อนข้างแข็งแรงแล้ว และหากคุณแม่ลองใช้นิ้วมือแตะที่กลางฝ่ามือของเขา เขาจะกุมนิ้วของคุณแม่เอาไว้ได้ ที่จริงแล้ว ทันทีที่เขาออกมาสู่โลกภายนอก ระบบการตอบสนองของเขาก็พร้อมสำหรับการดำรงชีวิตเรียบร้อยแล้ว

คุณแม่เป็นอย่างไรบ้าง
คุณแม่อาจสังเกตเห็นว่ามีรอยแตกลายใหม่เกิดขึ้นในหลายๆ ที่ เนื่องจากมดลูกของคุณแม่โตขึ้นจนมีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่จะโตได้แล้ว และอาจพบอาการเลือดออกกะปริบกะปรอยและอาการกรดไหลย้อนได้

ปากมดลูกของคุณแม่อาจกำลังเริ่มขยายตัวและบางลง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการคลอด คุณแม่จะไม่สามารถรู้สึกได้เองว่าปากมดลูกของคุณแม่นั้นบางลง แพทย์จะเป็นผู้ตรวจปากมดลูกของคุณแม่ในการนัดตรวจครั้งถัดไป ซึ่งจะทำให้แพทย์สามารถประเมินกำหนดวันคลอดของคุณแม่ได้ใกล้เคียงขึ้นนั่นเอง

เมื่อปากมดลูกของคุณแม่เริ่มบางลง คุณแม่อาจพบว่ามีมูกเลือดซึ่งเป็นสัณญาณว่าเส้นเลือดที่อยู่ในปากมดลูกนั้นแตกออกในระหว่างการเตรียมตัวเข้าสู่กระบวนการคลอด

สิ่งที่ทำได้ในช่วงนี้
คุณแม่ควรเริ่มคิดถึงวิธีการให้นมบุตรหลังคลอด ในกรณีที่คุณแม่ไม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ตลอดเวลา อีกวิธีหนึ่งคือการเสริมด้วยนมผง แต่จะดีกว่าหากคุณแม่สามารถเก็บนมตัวเองใส่ตู้เย็นไว้ให้ #ลูก กินในขณะที่คุณแม่ไม่อยู่ สิ่งที่จำเป็นในการเก็บน้ำนมของคุณแม่ก็คือ เครื่องปั๊มนม ถุงพลาสติกเก็บนม ปากกาสำหรับเขียนวันที่ไว้ที่ถุงเก็บนม และตู้แช่แข็ง เมื่อนำน้ำนมของคุณแม่เก็บโดยการแช่แข็ง ก็จะสามารถเก็บไว้ให้ลูกกินได้หลายเดือนเลยที่เดียว

ที่มา:

ดาวน์โหลด Mali แม่มือใหม่ & การตั้งครรภ์


เรทติ้ง 4.8 จากผู้ใช้กว่า 500 คน