วิตามินเสริม ธาตุเหล็ก แคลเซียม โฟลิค และกรดไขมันกับการตั้งครรภ์

เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากที่คุณแม่จะได้รับสารอาหารที่จำเป็นทั้งหมด สำหรับตัวคุณแม่เองและลูกน้อยเพื่อการตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์ ถึงแม้ว่าคุณแม่จะรับประทานอาหารที่หลากหลาย รวมไปถึงผลิตภัณฑ์จากนม ปลา ผัก ผลไม้ ธัญพืช และพืชตระกูลถั่วก็ตาม

วิตามินเสริมสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ควรมีสารอาหารอะไรบ้าง

กรดโฟลิค
การที่คุณแม่ได้รับวิตามินบีอย่างเพียงพอในช่วงเดือนก่อนตั้งครรภ์ และระหว่างการตั้งครรภ์ในช่วงต้น จะช่วยลดความเสี่ยงที่ทารกอาจมีปัญหาเกี่ยวกับหลอดประสาท เช่น โรคสไปน่า ไบฟิด้า และภาวะทารกไร้กะโหลกศีรษะได้ถึง 70% ส่วนกรดโฟลิคนั้นอาจช่วยลดโอกาสของการเกิดภาวะอื่นๆ เช่น ปากแหว่ง เพดานโหว่ และข้อบกพร่องของหัวใจบางชนิด การรับประทานกรดโฟลิคยังอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษได้อีกด้วย ร่างกายของคุณแม่จะสามารถดูดซึมกรดโฟลิคสังเคราะห์ได้ดีกว่ากรดโฟลิคที่ได้จากอาหารตามธรรมชาติ ดังนั้นถึงแม้ว่าคุณแม่จะเลือกรับประทานอาหารที่เป็นแหล่งที่มาของโฟลิคตามธรรมชาติอยู่แล้ว การได้รับกรดโฟลิคเสริมก็ยังคงเป็นสิ่งจำเป็น วิทยาลัยสูตินรีแพทย์อเมริกันและกรมอนามัยแห่งประเทศไทยแนะนำว่า คุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับกรดโฟลิคอย่างน้อย 400 ไมโครกรัมต่อวัน

ธาตุเหล็ก
คุณแม่ตั้งครรภ์บางคนอาจไม่ได้รับแร่ธาตุจากอาหารที่รับประทานอย่างเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายที่เพิ่มขึ้นในระหว่างการตั้งครรภ์ ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กได้ การป้องกันการเกิดภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดและภาวะน้ำหนักแรกคลอดต่ำของทารก

แพทย์มักจะแนะนำให้คุณแม่ตั้งครรภ์ได้รับธาตุเหล็กปริมาณ 27 มิลลิกรัมต่อวันเพื่อช่วยเพิ่มความสามารถในการส่งผ่านอออกซิเจนและการสร้างเม็ดเลือด ในบางครั้งธาตุเหล็กอาจทำให้คุณแม่เกิดอาการท้องผูกได้ ซึ่งป้องกันได้ด้วยการรับประทาน ผักและผลไม้เยอะๆ แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็กตามธรรมชาติ ได้แก่ เนื้อสัตว์ ปลา ถั่ว ผลไม้แห้ง และผักใบเขียว เช่น ผักโขม เป็นต้น

แคลเซียม
วิตามินเสริมสำหรับการตั้งครรภ์ของคุณแม่อาจมีแคลเซี่ยมรวมอยู่ด้วยแล้ว แต่อาจเป็นไปได้ว่าจะไม่เพียงพอ แคลเซียมสามารถช่วยให้ #ลูก สร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง รวมถึง เส้นประสาท กล้ามเนื้อ และหัวใจที่แข็งแรงอีกด้วย วิตามินเสริมสำหรับการตั้งครรภ์ควรมีแคลเซียมรวมอยู่อย่างน้อย 250 มิลลิกรัม เพื่อช่วยให้ทารกสามารถพัฒนากระดูกได้ดี และป้องกันการเกิดภาวะกระดูกพรุนในคุณแม่ด้วย ผักคะน้า ผักโขม ปลาแซลมอน ถั่วเหลืองและน้ำส้มเป็นแหล่งแคลเซียมตามธรรมชาติที่ยอดเยี่ยม

กรดไขมันจำเป็น
วิตามินเสริมสำหรับการตั้งครรภ์บางชนิดอาจไม่มีกรดไขมันจำเป็นรวมอยู่ด้วย เช่น โอเมก้า 3 DHA และ EPA ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาสมอง เส้นประสาท และเนื้อเยื่อดวงตาของทารก ปลาตัวใหญ่ที่มีไขมันมาก เช่น ปลาแซลมอน หรือ ปลาดุก ปลาสวาย คือแหล่งอาหารสำคัญที่อุดมไปด้วย DHA และ EPA

วิตามินดี
ร่างกายของคุณแม่ต้องการวิตามินดีเพื่อช่วยในการสร้างกระดูกและฟันของทารก วิตามินดีมีบทบาทสำคัญในการรักษาระดับของแคลเซียมและฟอสฟอรัสในร่างกาย เพื่อเพิ่มปริมาณวิตามินดีในร่างกาย คุณแม่ควรรับประทานไขมันปลา เช่น ปลาทูน่า ปลาแม็คเคอเร็ล และปลาแซลมอน หรือผลิตภัณฑ์จากนม นมถั่วเหลือง หรือรับแดดอ่อนๆ ยามเช้าก็ได้ และอย่าลืมว่ายาเสริมธาตุเหล็กและแคลเซียม ควรรับประทานห่างกัน มากกว่า 2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการรบกวนการดูดซึมของร่างกาย

รับรองโดย:

  • พญ. วรรวดี ทรัพย์มี ปัญญากาศ
  • นพ.ปิยวุฒิ กรีฑาภิรมย์

ที่มา:

ดาวน์โหลด Mali แม่มือใหม่ & การตั้งครรภ์


เรทติ้ง 4.8 จากผู้ใช้กว่า 500 คน