ความเชื่อเกี่ยวกับคนท้อง เรื่องจริงหรือเรื่องเข้าใจผิด

คุณแม่อาจได้รับคำแนะนำและข้อมูลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์มากมายมาจากคนรอบข้าง แต่ในคำแนะนำนั้นก็อาจมีความเชื่อที่เกิดจากความเข้าใจผิดปนอยู่ด้วยก็ได้

คุณแม่จึงควรใช้วิจารณญาณก่อนจะเชื่อสิ่งที่ได้ยิน และนี่คือตัวอย่างของความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ที่พบได้เป็นประจำ

รับประทานสัปปะรดทำให้แท้งบุตร
ความเชื่อที่ว่ารับประทานสัปปะรดแล้วจะทำให้แท้งนั้น น่าจะมาจากข้อมูลที่ว่าในสัปปะรดมีเอนไซม์ที่ช่วยย่อยสลายโปรตีนชื่อว่าบรอมีเลนอยู่ และตัวอ่อนของทารกก็มีโปรตีนเป็นส่วนประกอบหลัก จึงเชื่อมโยงกันว่าการรับประทานสัปปะรดจะทำให้มีอาการตกเลือดและแท้งได้

แต่จริงๆ แล้วสัปปะรดนั้นไม่น่าจะมีผลกับอาการดังกล่าวเท่าไรนัก การรับประทานสัปปะรดสดในปริมาณที่ไม่มากเกินไปนั้นไม่เป็นอันตรายต่อคุณแม่และ #ลูก นอกเสียจากว่าคุณแม่จะทานสัปปะรดในปริมาณที่ผิดปกติอย่าง 7-10 ลูกในครั้งเดียว ปริมาณบรอมีเลนที่มากเกินไปก็อาจก่อให้เกิดปัญหาได้

ดื่มน้ำมะพร้าวทำให้แท้งบุตร
มีความเชื่อที่ว่าการดื่มน้ำมะพร้าวในขณะที่ตั้งครรภ์อ่อนๆจะทำให้แท้งได้ ความเชื่อนี้อาจมาจากการที่น้ำมะพร้าวประกอบไปด้วยฮอร์โมนเพศหญิงที่เรียกว่า เอสโตรเจน ก็เป็นได้ เอสโตรเจนจะทำให้ร่างกายเกิดอาการต่างๆเช่น มดลูกบีบตัว, คัดหน้าอก และอื่นๆ

หารู้ไม่ว่าการดื่มน้ำมะพร้าวในขณะตั้งครรภ์เป็นการเพิ่มสารอาหารที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งเลยทีเดียว คุณแม่ไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงถึงฮอร์โมนเอสโตรเจนในน้ำมะพร้าวเลย เพราะในขณะตั้งครรภ์ คุณแม่มีระดับเอสโตรเจนที่สูงมากอยู่เป็นปกติ เอสโตรเจนในน้ำมะพร้าวจึงไม่มีผลร้ายต่อคุณแม่

ดูรูปเด็กหน้าตาน่ารัก ลูกจะได้น่ารักเหมือนกัน
ความเชื่อที่ว่าให้คุณแม่ดูแต่รูปเด็กๆ ที่หน้าตาน่ารัก ลูกออกมาจะได้น่ารัก ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นมาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบัน

ความจริงแล้วหน้าตาของ #ลูก ได้ถูกกำหนดไว้แล้วในพันธุกรรมของเขา ที่ได้รับมาจากคุณแม่และคุณพ่อนั่นเอง คุณแม่ไม่สามารถทำอะไรได้มากนักกับรูปร่างหน้าตาของเขา

เลือกวันคลอดจากฤกษ์ ลูกจะได้โชคดี
หลายๆ ประเทศในเอเซีย รวมถึงประเทศไทย เชื่อว่าวันคลอดและเวลาคลอดสามารถบ่งบอกถึงชะตาชีวิตของคนได้ คุณแม่หลายคนจึงได้มีการไปขอฤกษ์งามยามดีในการคลอดจากพระหรือหมอดูเพื่อกำหนดวันผ่าคลอด เพื่อให้ลูกได้มีชีวิตที่ดี มีแต่คนรัก หรือสุขภาพดีตามความเชื่อ

อย่างไรก็ตาม คุณหมอผู้เชี่ยวชาญจะไม่แนะนำให้มีการผ่าคลอดด้วยเหตุผลแค่ว่าเป็นฤกษ์ดี เนื่องจากการผ่าคลอดอาจมีความเสี่ยงสำหรับคุณแม่และ #ลูก ได้ และควรมีการผ่าคลอดเฉพาะในรายที่จำเป็นเท่านั้น

คุณแม่ควรพิจารณาถึงข้อดีและข้อเสียของการผ่าคลอดให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจ

ห้ามสระผม 1 เดือนหลังคลอด
คนจีนสมัยก่อนเชื่อว่าในช่วงหลังคลอด รูขุมขนของคุณแม่จะเปิดกว้าง ทำให้น้ำซึมผ่านเข้าไปในผิวได้มาก และจะเกิดอาการบวมน้ำ, โรคไขข้อ หรือโรคข้อรูมาตอยด์ได้ ในบริเวณศรีษะมีรูขุมขนอยู่มาก ก็อาจเกิดอาการปวดหัวได้ และหากคุณแม่เป็นหวัด ก็อาจติดไปถึงลูกได้ด้วย

ยังไม่มีข้อพิสูจน์ทางการแพทย์ว่าการสระผมทำให้เกิดอาการเหล่านี้หรืออาการอื่นๆ และจริงๆ แล้วคุณหมอก็แนะนำให้คุณแม่ดูแลร่างกายให้สะอาดมากกว่า

ไม่แน่ว่าประเพณีไม่สระผมนี้อาจจะมีขึ้นเพื่ออยากที่จะให้คุณแม่และลูกน้อยได้อยู่ด้วยกันอย่างสันโดษเป็นเวลา 30 วันโดยไม่มีใครมารบกวน เพราะอาจจะไม่มีใครกล้าแวะมาเยี่ยมคุณแม่ที่ไม่ได้สระผมก็ได้ 😉

ที่มา:

ดาวน์โหลด Mali แม่มือใหม่ & การตั้งครรภ์


เรทติ้ง 4.8 จากผู้ใช้กว่า 500 คน